Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal Services & Resources 

Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.

Contact us: +66 2-266 3698

[email protected]

ResourcesThailand Real Estate & Property LawJurisprudenceนายอนุทิน: ครั้งหนึ่งและอนาคตของการเป็น"ราชาแห่งกัญชา"ในประเทศไทย

นายอนุทิน: ครั้งหนึ่งและอนาคตของการเป็น"ราชาแห่งกัญชา"ในประเทศไทย

For the English transcript of this video, please go to the following link:

https://www.legal.co.th/resources/thailand-real-estate-property-law/jurisprudence/anutin-once-and-future-cannabis-king-thailand/

ที่ผ่านมา คงราวๆ 72 ชั่วโมงที่แล้ว ผมได้รับการโต้ตอบจำนวนมาก ก็คงตั้งแต่นายอนุทินได้ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่ง เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในประเทศไทย มีหลายคนที่อยู่ในแวดวงของกัญชาได้ส่งข้อความมาให้ผม ซึ่งวีดีโอเรื่องนี้เป็นการตอบข้อสงสัยทั้งหมดครับ

ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้หลังจากที่ผมได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post, bangkokpost.com, บทความชื่อว่า:Thai Cannabis Industry eyes revival under PM who backed it's rise.  อุตสาหกรรมกัญชาถูกจับตาถึงการฟื้นฟูภายใต้นายกรัฐมนตรีผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการเติบโต ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: "อุตสาหกรรมกัญชาของประเทศไทยกำลังถูกจับตามองถึงการชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ภายใต้ยุคของนายกรัฐมนตรีอนุทิน - นักการเมืองผู้บุกเบิกในการยกเลิกความผิดทางอาญา." ผมเกลียดคำว่า decriminalization มากเลย จริงๆแล้วคุณอนุทินทำให้มันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายต่างหาก คำว่า decriminalization เป็นคำที่ไร้สาระ มันให้ความหมายว่าตำรวจไม่ได้บังคับใช้กฎหมาย แต่นายอนุทินได้เปลี่ยนกฎหมาย เขาใช้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินหนุนหลังในตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดึงกัญชาออกจากบัญชีรายการยาเสพติดให้โทษ พอพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลง ก็ทำให้กัญชากลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ดังนั้นหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สอดคล้องกับหลักการของประมวลกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งผมเคยพูดไว้แล้วในวีดีโอเรื่องอื่นก่อนหน้านี้ พูดตามตรง การกระทำของคุณอนุทินนั้นเปรียบเสมือนกับการกระทำของนักการเมืองสหรัฐฯคนหนึ่ง-ประธานาธิบดี Lyndon B Johnson - กับหนังสือชื่อว่า Master of the Senate ในการที่นายอนุทินได้ใช้ประโยชน์จากนโยบายสาธารณะและดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการนิติบัญญัติเพื่อที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายของเขาในการทำให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่การยกเลิกความผิดทางอาญา แต่เป็นการทำให้ถูกกฎหมายต่างหาก ในประเทศที่ใช้กฎหมายแบบลายลักษณ์อักษร จะมีเพียง ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายเท่านั้น ไม่มีการยกเลิกความผิดทางอาญา คำนั้นเป็นคำไร้สาระและผมไม่ชอบเลย เป็นไปได้ว่า เหตุผลที่สื่อต่างๆใช้คำนี้อาจเป็นเพราะรู้ว่าผมไม่ชอบก็เป็นได้ ไม่รู้สิ

อย่างไรก็ตาม กล่าวจากบทความต่อ: "มันเป็นการยกเลิกความผิดทางอาญา และประสบผลสำเร็จตั้งแต่แรก ตั้งแต่นายอนุทินได้ทำให้กัญชาไม่ผิดกฎหมายในปี 2022 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ทำแบบนี้ อุตสาหกรรมนี้ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันจากการพลิกกลับของนโยบาย ระเบียบข้อบังคับที่ใช้อย่างกระจัดกระจายเป็นไปได้ยาก เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายกัญชาโดยเฉพาะ"-ใช่ครับ เพราะมันไม่เหมาะสมที่จะทำอย่างนั้น ในประเทศที่ใช้กฎหมายแบบลายลักษณ์อักษร ประมวลกฎหมายกำหนดไว้ว่า ในการที่จะบังคับควบคุมหรือกำหนดว่าสิ่งใดผิดกฎหมาย จะต้องผ่านขั้นตอนทางนิติบัญญัติก่อน กล่าวต่อ: "กระตุ้นเตือนให้เจ้าหน้าที่พิจารณาการจำแนกประเภทให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งหนึ่ง" ครับ นั่นน่าจะเป็นความคิดที่แย่มาก ที่พิจารณาว่าผู้ที่คัดค้านทั้งหมดรวมทั้งผู้ที่มีใบอนุญาติถูกต้อง ร้านขายยาประมาณ 19,000 แห่ง รู้สึกไม่พอใจอยู่พอสมควรกับเรื่องดังกล่าว และยิ่งไปกว่านั้น การกระทำเช่นนั้นก็ไม่มีความเหมาะสมทางกฎหมายด้วย ซึ่งผมได้พูดไว้แล้วในวีดีโอหลายเรื่อง กล่าวต่อจากบทความ: “การเข้ามาทำหน้าที่ของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย เจ้าของร้านขายยานับพันแห่ง รวมทั้งผู้ปลูกกัญชาและผู้มีส่วนได้เสียรายอื่น ต่างมองเห็นว่าภัยคุกคุกคามผ่อนคลายลงไป โดยนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการของ เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ได้กล่าวว่า: "ความคิดที่จะนำกัญชากลับมาจดทะเบียนเป็นยาเสพติดคงจะไม่เกิดขึ้นตราบใดที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล" กล่าวต่อ: "ตั้งแต่มีความชัดเจนว่านายอนุทินจะเป็นนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ก็ดูเป็นมิตรมากขึ้นและมีการพูดคุยในเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด" กล่าวต่อ: "อุตสาหกรรมกัญชาที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ถูกคุกคามครั้งแรกโดยรัฐบาลที่นำโดยพรรคประชานิยม คือพรรคเพื่อไทย..."–ผมว่าตอนนี้ ถ้าดูจากจำนวนผู้สนับสนุนจะเรียกพรรคนี้ว่าเป็นพรรคประชานิยมคงไม่ได้แล้ว ซึ่งหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ได้เขียนไว้ว่า มันจางหายไป, อย่างที่ผมเคยวิเคราะห์ไว้ถึง "เสียงส่วนใหญ่" ในรัฐสภาที่พรรคเคยมีมา จนกระทั่งเมื่อราวๆ 10 วันที่ผ่านมา ผมถือว่าบอบบางมากเต็มที ซึ่งผมเคยพูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่น กล่าวได้ว่า ตอนนี้เราผ่านจุดนั้นมาแล้ว กล่าวต่อ: "..หลังการเลือกตั้งในปี 2023 นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้ขู่ว่าจะนำกัญชากลับมาจดทะเบียนเป็นยาเสพติดอีกรอบหนึ่งตามนโยบายที่หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ได้ย้อนรอยกลับมา" ใช่ ต้องย้อนรอยกลับมาแน่นอน เพราะมันไม่เหมาะสมตามกฎหมายที่จะทำเช่นนั้นในช่วงเวลานั้น เขาได้สัญญาว่าจะออกกฎหมายก่อนที่จะเข้ามาควบคุมอีกครั้ง แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ทำตามที่พูดไว้แต่อย่างใด

กล่าวต่อจากบทความ: "จากนั้นก็ตามมาด้วยความเคลื่อนไหวในปีนี้ โดยอดีตนายกรัฐมนตรีแพทองธารซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนก่อน, ได้สั่งห้ามการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ"–ซึ่งผมได้หยิบยกขึ้นมาพูดไว้ในวิดีโอม้วนอื่นว่าผมเบื่อมากกับคำว่า "การใช้เพื่อสันทนาการ" มันไร้สาระ  ผมไม่เห็นมีผู้คนที่ไหนที่มาห้ามการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสันทนาการเลย มันก็เป็นแบบนี้แหละ พวกที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็ต้องการที่จะทำในสิ่งที่ตนเองต้องการทำ โดยรวมแล้วตอนนี้ในประเทศไทยถือว่าสิ่งนี้เป็นอุตสาหกรรม; มีการออกใบอนุญาติให้ประกอบการได้ตามกฎหมายมากกว่า 19,000 แห่งแล้ว ซึ่งพวกเขาควรจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในฐานะผู้ที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวต่อจากบทความ: "นายอนุทิน ซึ่งได้รับสมญาว่า "ราชาแห่งกัญชา" และ "นักต่อสู้เพิ่อกัญชา" โดยสื่อทั้งในและต่างประเทศ  เขายังได้สวมเสื้อยืดพิมพ์ลายใบกัญชาตอนที่ไปพบปะว่าที่สมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรในวันเสาร์ด้วย"-ใช่ ถ้าคุณจำในคราวเลือกตั้งในปี 2023 เขาก็ใส่เสื้อตัวนี้เช่นกันตอนที่ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม กล่าวต่อ: "ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนก่อนที่นายอนุทินได้ขึ้นมามีอำนาจ รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยได้ทำการปราบปรามอุตสาหกรรมกัญชาอย่างเข้มข้นโดยการตรวจร้านค้าหลายพันแห่ง และปิดลงไปร้อยกว่าแห่งพร้อมทั้งยกเลิกใบอนุญาตด้วย" คุณหมายความว่าเป็นการรังควานผู้ที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายใช่ไหมครับ เพราะนั่นคือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้ทำลงไป ไม่ต้องพูดกันแบบอ้อมค้อม มันเป็นทิฐิของใครบางคนล้วนๆ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอิทธิพลอยู่นอกคณะรัฐบาลชุดที่แล้วซึ่งเขาไม่ชอบกัญชา จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผลลัพธ์ก็คือ ผู้คนจำนวนมากที่ปฎิบัติตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อที่จะขอใบอนุญาติและเปิดร้านค้า กลับได้รับผลด้วยการถูกรังควาน นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครับ กล่าวต่อ: "นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ก็ได้เพิ่มระดับในมาตรการตรวจตรามากขึ้น เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาส่งไปอังกฤษ, อินเดีย, ปากีสถาน และฮ่องกงอย่างผิดกฎหมาย ตามที่ได้รับรายงานว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงจุดหมายอื่นด้วย" ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาของเขตกฎหมายเหล่านั้นด้วยนะครับ ผมว่า บางทึอาจจะต้องพูดถึงอะไรบางอย่างที่ไม่เป็นเพียงแค่การตำหนิศุลกากรระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครับ คือทำไมถึงต้องเป็นปัญหาของประเทศไทยด้วยถ้าหากมีกัญชาไปโผล่อยู่ที่ชายฝั่งทะเลของปากีสถานหรือฮ่องกงหรืออังกฤษ? แต่ในเขตอำนาจศาลแห่งนี้มันเป็นสิ่งถูกกฎหมายนะครับ ในความคิดของผม ก็อาจจะมีบางคนที่ไม่เห็นด้วย ผมยอมรับครับ อย่างไรก็ตาม กล่าวต่อจากบทความ: "หลังจากที่เปลี่ยนรัฐบาล อุตสาหกรรมกัญชามีความคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่คงจะผ่อนคลายการปราบปรามลง"-ผมคิดว่าการปราบปรามนั้นไม่ค่อยจะเหมาะสมนะครับ; ผิดกฎหมายด้วยซ้ำถ้ามองจากจุดยืนของกฎหมาย ซึ่งผมพูดไว้แล้วในวีดีโอหลายม้วน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะออกมาอย่างไรก็ต้องคอยดูกันต่อไป ผมคิดว่าทั้งหมดนี่เป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมนี้โดยรวม อีกสองประเด็นครับ: จากจุดยืนของชาวต่างชาติที่ต้องการที่จะลงมือทำธุรกิจด้านนี้ บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่แล้ว ผมคิดว่าคงเหมือนเดิม ผมคิดว่าชาวต่างชาติควรจะต้องระมัดระวังในการเข้าสู่ธุรกิจนี้โดยวิธีต่างๆ ซึ่งผมเคยพูดไว้แล้วในวิดีโอม้วนอื่น ผมคิดว่าคณะผู้บริหารชุดนี้จะกลั่นกรองกิจกรรมของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในบริบทที่เข้าไปเกี่ยวกับอาชีพหวงห้ามในประเทศไทย และอีกอย่างที่ต้องเข้าใจคือ กัญชาถือเป็นผลผลิตทางการเกษตร ดังนั้น จึงเป็นอะไรที่จะต้องคอยระลึกไว้อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วผมคิดว่านี่เป็นพัฒนาการในทางบวก และเหมือนที่ผมได้ชี้แจงใน thumbnail ผมอาจจะพูดเกินไปหน่อย แต่ผมคิดว่าคุณอนุทินจะเหมือนกับ Obi-Wan Kenobi ที่เข้ามาช่วยกัญชาให้รอดก็ว่าได้ "ช่วยฉันหน่อย Obi-Wan Kenobi, คุณคือความหวังหนึ่งเดียวของผม" สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องนี้ ผมจะทำการวิเคราะห์เจาะลึกในเรื่องที่เกี่ยวกับกัญชาในช่องรับฟังแบบเสียเงิน ถ้าหากมีใครสนใจสามารถที่จะส่งอีเมล์มาถึงเราได้ที่ [email protected], และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะพูดคือ ผมและภรรยาได้เปิดร้านอาหารในใจกลางกรุงเทพฯ ชื่อว่า Pancake Palace, เป็นอาหาร Diner style เรามีปีกไก่, chilli bowls แล้วบอกอีกครั้งหนึ่งว่าอาหารเช้ามีขายทั้งวัน ถ้าใครสนใจเชิญได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ ยินดีที่จะพบคุณ

แต่โดยรวมแล้ว หันกลับมาสู่ข้อสรุปในกรณีนี้ ผมคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศไทยอย่างที่ผมเคยพูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่น มันเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยยืนอยู่ในแถวหน้า ผู้ที่บุกเบิกเป็นรายแรกจะได้เปรียบ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผมหวังว่าคุณ อนุทิน จะก้าวต่อไปเหมือนช่วงที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและต่อมาในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ผมเข้าใจว่าการที่เขากลับไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยอีกครั้งนั้นเป็นแฟ้มสะสมผลงานคู่ เช่นเดียวกับการเป็นนายกรัฐมนตรี และผมหวังว่าเราจะได้เห็นพัฒนาการเชิงบวกเกิดขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม เราจะคอยให้ข้อมูลเพิ่มเติมในช่องรับฟังนี้ เมิ่อสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง