Legal Services & Resources
Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.
Contact us: +66 2-266 3698
การเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาในปี 2026?
For the English transcript of this video, please go to the following link:
วีดีโอเรื่องนี้จะพูดเกี่ยวกับนโยบายกัญชา ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในปี 2026 นี้ ผมมักจะพูดสรุปเรื่องราวต่างๆในช่วงปลายปีก่อนที่จะเข้าสู่ปีใหม่ โดยผมจะพูดถึงหัวข้อต่างๆที่เราได้วิเคราะห์กันอย่างละเอียดพอประมาณในช่องรับฟังนี้ แต่บางครั้งก็ต้องเจาะลงไปในรายละเอียด เพื่อที่ผู้ฟังจะได้เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง
สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ ย้อนกลับไปในช่วงปี 2022 กัญชาได้รับการทำให้ถูกกฎหมายโดยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขนาย อนุทิน ชาญวีรกุล ที่ได้ใช้อำนาจตาม พรบ.ฉุกเฉิน ทำการถอดถอนกัญชาออกจากรายการยาเสพติดให้โทษ จึงทำให้กัญชาไม่ถือเป็นยาเสพติดอีกต่อไป การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกฉินภายใต้กฎหมายว่าด้วยการควบคุมโรคระบาด ได้สิ้นสุดลงในปี 2022 ผลที่ตามมาก็คือ หากจะนำกัญชากลับไปอยู่ในรายการยาเสพติดให้โทษอีกครั้ง จะต้องมีการออกกฎหมายโดยรัฐสภา เพราะฉะนั้น ถ้าดูแล้ว วิธีการของนายอนุทินเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดมาก อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่จะพยายามควบคุมกัญชา แต่ไม่มีกฎหมายรองรับสำหรับการกระทำเช่นนั้น เพราะฉะนั้น ความพยายามใดๆที่จะออกฎกระเบียบเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากกฎระเบียบที่ประกาศใช้ไว้แล้วตามอำนาจใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น–ถือว่าไม่มีความสำคัญ เพราะไม่มีกฎหมายใหม่ออกมา ตอนนี้ก็ถือว่ากัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย คุณไม่สามารถจำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และไม่สามารถจำหน่ายให้กับผู้ที่ตั้งครรภ์ นอกจากนี้ ยังมีกฎระเบียบเกี่ยวกับการก่อความรำคาญในพื้นที่ต่างๆที่อยู่ใต้การดูแลของตำรวจ ซึ่งตำรวจอาจจะบอกว่า “ในเขตพื้นที่นี้เราไม่อนุญาตให้สูบกัญชานอกบ้าน เพราะถือว่าเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งคุณอาจจะได้ใบสั่ง” แต่ขอย้ำว่า มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมาย ผลิตภัณฑ์นี้ถูกกฎหมาย ซึ่งผมเคยพูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่นมามากพอสมควรแล้วครับ
คำถามในขณะนี้คือ ก้าวเข้าสู่ปี 2026 แล้ว เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือไม่? เพราะนี่คือประเทศไทย ผมกล้าพูดได้เลยว่าเป็นไปได้ เราจะได้เห็นการประกาศใช้กฎหมายใหม่จากสภาชุดต่อไป สมมุติว่าเป็นรัฐบาลอนุทิน และสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิมหลังจากการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว เราอาจจะไม่เห็นอะไรเลย ทุกอย่างอาจจะดำเนินการเหมือนเดิม รัฐบาลก็อาจจะมองว่าจะต้องทำกรอบงานด้านกฎหมายที่จำเป็นก่อนเพื่อที่จะให้เรื่องกัญชาเดินหน้าต่อไป ผมว่าเป็นไปได้ อีกสถานการณ์หนึ่งคือ อนุทินอาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือมีการต่อต้านกัญชาอย่างรุนแรง รัฐสภาก็อาจจะออกกฎหมายอะไรสักอย่างหนึ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งผมคิดว่าคงไม่เกิดขึ้น คิดว่าคงเป็นไปได้ยาก เพราะในความเป็นจริง ตอนนี้มีกิจการกัญชาเกิดขึ้นแล้ว 19,000 แห่ง ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการได้ และก็คงจะไม่เป็นการดีนักในมุมของการเมืองที่จะทำแบบนั้น เจ้าของกิจการเล็กๆเหล่านั้น เป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง รวมทั้งผู้คนในแวดวงนั้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ถือใบอนุญาตเท่านั้น แต่เป็นผู้คนที่มีงานทำจากธุรกิจเหล่านั้นทั้งหมดด้วย ซึ่งในทางการเมืองแล้ว คงไม่เป็นสิ่งที่ดีที่จะก่อความบาดหมางกับผู้คนเหล่านั้น
คำถามต่อไปคือ ในระดับนานาชาติจะเกิดอะไรขึ้น? ที่อเมริกาจะเป็นอย่างไร? ซึ่งผมคิดถึงสิ่งนั้นเมื่อผมได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post, bangkokpost.com, บทความชื่อว่า:Trump signs order to ease cannabis limits in Industry win นาย Trump ได้ลงนามในคำสั่งเพื่อผ่อนผันข้อจำกัดเกี่ยวกับกัญชาซึ่งถือเป็นชัยชนะทางอุตสาหกรรม ผมคิดว่าเราคงจะได้เห็นแน่ๆถึงการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายกัญชาในปี 2026 ซึ่งคงจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกามากกว่าในประเทศไทย แต่ทั้งหมดที่ Trump ได้ทำไป ก็ไม่ใช่ว่าจะดีมากแบบที่ข่าวออกมานะครับ ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: "คำสั่งของ Trump ไม่ได้ทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายทั่วประเทศ และไม่ได้มีผลบังคับทันทีด้วย คำสั่งฝ่ายบริหารเป็นเพียงการให้คำแนะนำต่อหน่วยงานต่างๆให้เริ่มกระบวนการในการออกกฎข้อบังคับต่างๆอย่างถูกต้อง ซึ่งนำโดยสำนักงานปราบปรามยาเสพติด, กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ (Drug Enforcement Administration and Department of Health and Human Services) ซึ่งหยุดชะงักมาตั้งแต่เดือนมกราคม (2025)" ข้อที่ 1, ในระบบงานภาครัฐของสหรัฐอเมริกา มีการต่อต้านการผ่อนผันกฎเกี่ยวกับกัญชา แค่การผ่อนผันให้ลดระดับลงจากประเภทที่ 1 ก็เป็นเรื่องที่ซีเรียสแล้ว ยาเสพติดร้ายแรงถูกลดระดับลงมาให้อยู่ที่ประเภท 3 ประเภทเดียวกับยา Tylenol 3 ที่มีสาร codeine ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ไม่สมเหตุ สมผลที่จะจัดอันดับกัญชาอยู่ในประเภทนั้น ความคิดส่วนตัวของผม ก็ควรจะทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายเสียเลย และออกกฎระเบียบควบคุมเช่นเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่อย่างไรก็ตาม ผมว่ามันเป็นเรื่องดีที่ลดระดับ จากประเภทที่ 1 มาเป็นประเภทที่ 3 ซึ่งก็คงมีคนไม่เห็นด้วย แต่ก็นั่นแหละครับ มันคงไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาข้ามคืน นอกเหนือจากนั้น ผมไม่คิดว่าระบบงานภาครัฐจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ กล่าวต่อจากบทความ: "นี่จะเป็นการกระตุ้นกระบวนการที่ได้ริเริ่มไว้ภายใต้ประธานาธิบดี Biden เมื่อปี 2022 ให้เดินหน้า คือ Biden ได้สั่งให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (HHS) และ อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ทำการทบทวนระบบการจำแนกประเภทและการจัดระดับของรัฐบาลกลางต่อกัญชา" ต่อมากระทรวงยุติธรรมได้กำหนดให้ย้ายมาอยู่ในประเภท 3 - แต่นี่คือข้อแม้- กล่าวต่อ: "กระตุ้นให้มีการทบทวนอย่างเป็นทางการกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติด DEA อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวกลายเป็นการติดหล่ม ทางกฎหมายและความล่าช้าในองค์กรเอง" ใช่ครับ เป็นการตั้งใจทำของหน่วยงานภาครัฐด้วยครับ มีประโยคนึงที่ผมเคยฟังในหนังซึ่งผมอาจจะใช้เป็น thumbnail ก็ได้ มีประโยคนึงในหนังชื่อว่า American Gangster ซึ่งนำแสดงโดย Russell Crowe กับ Denzel Washington ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยอยู่ด้วย ในสมัยที่ Frank Lucas เป็นผู้ลักลอบค้าของเถื่อน และกำลังนำสินค้าออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อนำไปสหรัฐฯ) มันเป็นฉากที่ยอดเยี่ยมมาก Richie Robbins (ซึ่งแสดงโดย Russell Crowe พยายามที่จะชักจูงเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆในภาครัฐ ซึ่งทุกคนต่างก็เอาหูทวนลม เขาจึงกล่าวขึ้นมาว่า: "ผมคิดว่าไม่มีใครต้องการแก้ปัญหานี้ เพราะมันมีงานที่ต้องทำเยอะแยะไปหมด และก็มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องมากมายด้วย"-อันนี้เขาไม่ได้หมายถึงการจ่ายใต้โต๊ะนะครับ (pure bribery) เพียงแต่ว่ามีหน่วยงานภาครัฐที่ถูกสร้างขึ้นมาบนความรู้ว่า กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสหรัฐฯ และถูกจัดเป็นยาเสพติดประเภท 1 และต้องปฏิบัติต่อกัญชาเช่นเดียวกับยาเสพติดประเภท 1 เพราะฉะนั้น สำนักงานปราบปรามยาเสพติดก็จำเป็นต้องวิ่งกันวุ่น เหมือนในหนัง Jason Bourne ก็ว่าได้ แล้วทุกคนก็แต่งตัวกันแบบติดอุปกรณ์ครบ เพื่อตามล่าพ่อค้ายาเสพติด แต่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็จะมีเรื่องงบประมาณและอื่นๆแฝงอยู่ด้วย มีงานของรัฐบาลกลางและสิ่งอื่นๆมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพื่อที่จะมานั่งวิเคราะห์กันว่าสิ่งนี้ไม่น่าจะต้องนำมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ ผมคิดว่าสิ่งที่ Trump เปลี่ยนแปลงบางอย่างนั้นดูจะไร้เดียงสามากไปหน่อย ถึงที่สุดแล้ว พวกเขาก็ “หยุดโครงการนี้ไว้ชั่วคราว” โครงการที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลของ Biden หยุดไปเฉยๆเกือบ 1 ปี การที่กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า "จริงๆแล้ว มันควรจะอยู่ในประเภทที่ 3, แล้วสำนักงานปราบปรามยาเสพติดก็แผลงฤทธิ์ด้วยการ "ทบทวนอย่างเป็นทางการ" ซึ่งทำให้เห็นได้ว่า มันปัญหาทางกฎหมายและความล่าช้าในองค์กร
ขอพูดอีกครั้งว่า มีความเป็นไปได้มากที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาครั้งใหญ่ในสหรัฐฯในปี 2026 แต่ดูจากประวัติแล้ว คิดว่าทางหน่วยงานภาครัฐคงต่อต้านแน่นอน แต่ผมก็มีความหวังว่า Trump จะจริงจังกับเรื่องนี้ และเห็นข้อดีโดยเฉพาะในเชิงธุรกิจที่จะมีต่อภาคเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และน่าจะมองเห็นด้วยว่า น่าจะเป็นความคิดที่ดีที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ให้เร็วขึ้นไม่ใช่ช้าลง เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีแรงเหวี่ยง จากฝ่ายบริหารที่จะเดินหน้าด้วยการนำความริเริ่มในนโยบายนี้ไปสู่การตราเป็นกฎหมาย ซึ่งก็คงต้องคอยดูกันต่อไป อย่างไรก็ตามเราจะคอยให้ข้อมูลที่ทันสมัยในช่องรับฟังนี้ในช่วงปี 2026 และต่อไปครับ
