Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal Services & Resources 

Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.

Contact us: +66 2-266 3698

[email protected]

ResourcesThailand Real Estate & Property LawJurisprudenceการเก็บภาษีจากคาร์บอนและโลกาภิวัฒน์อาจจะทำลายประเทศไทย?

การเก็บภาษีจากคาร์บอนและโลกาภิวัฒน์อาจจะทำลายประเทศไทย?

For the English transcript of this video, please go to the following link:

https://www.legal.co.th/resources/corporate-and-tax-advisory/thailand-tax-law/carbon-taxes-and-globalism-could-destroy-thailand/

วิดีโอเรื่องนี้ จะกล่าวถึงภาษีเนื่องจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งในช่วง 2 ปีมานี้ ได้มีข่าวเรื่องภาษีมากมายจริงๆ เริ่มตั้งแต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อความในปี 2023 แล้วในประเทศไทยก็มีไอ้พวกสิบแปดมงกุฎโผล่ขึ้นมามากมาย โดยอ้างว่าสามารถให้คำแนะนำในเรื่องภาษีนี้ได้ ตามที่ผมเคยพูดไว้ในวีดีโอก่อนหน้านี้ เพราะมันเกี่ยวกับกฎหมายภาษีของไทย ดังนั้นคนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ให้บริการในเรื่องนี้ได้ ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องระลึกไว้เสมอนะครับ 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรากำลังพูดถึงนี้มีผลกระทบในวงกว้างมากกว่าภาษีทั่วๆไปนะครับ มันเป็นความพยายาม ผมหมายถึง มันไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างประเทศ ผมเรียกว่ามันเป็นสิ่งที่ “เหนือชาติ”  มันเป็นโลกาภิวัฒน์  ในอดีตผู้คนพูดกันถึง “ระเบียบโลกใหม่” (New World Order) เราจะขึ้นหน้าจอด้วยสิ่งนี้ มีคนจากรัฐบาลยืนอยู่หน้าป้ายที่เขียนว่า New World Order ผมบอกตรงๆครับ ผมเบื่อและเหนื่อยหน่ายกับทุกคนที่พยายามใช้คำพูดสวยๆ รู้มั้ยครับว่ามันเป็นกลวิธีแบบ Lenin ทีได้กล่าวว่า “เราจะต่อสู้ด้วยคำขวัญ เราะจะชนะพวกเขาด้วยคำขวัญ” Lenin ล้วนๆครับ มันอยู่ในสมุดคู่มือของเขาเลย แล้วต่อมาก็คือ New World Order ผมไม่ชอบเลยในทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเป็นพลเมืองของประเทศนี้ ผมชอบที่จะให้ประเทศของผมเป็นชาติที่เข้มแข็ง มันผิดตรงไหนครับ? คงคิดกันว่าเป็นเพียงทฤษีสมคบคิดมั้งที่ว่ามีการพูดกันถึงเรื่อง New World Order! ในขณะที่ยังมีคนยืนหน้าป้ายใหญ่ๆที่เขียนว่า New World Order เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่า “ลัทธิเหนือชาตินิยม” หรือจะเรียกว่า “โลกาภิวัฒน์” หรืออะไรก็ตาม ผมเป็นพวกลัทธิสากลนิยม ในความหมายที่ว่า ผมเชื่อถือในความเป็นรัฐชาติที่ควรมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ผมชอบลัทธิสากลนิยมในยุค 1920 แต่ผมไม่ชอบวิธีการในสมัยนี้ที่จะสร้างคณะกรรมการที่มีอำนาจเหนือรัฐขึ้นมา นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอนามัยโลก (WHO) หรือนโยบายเกี่ยวกับ COVID หรือจะเป็นเรื่องของ OECD ที่เกี่ยวโยงกับเรื่องการธนาคารระหว่างชาติและภาษี มันเป็นความเคลื่อนไหวในการสร้างคณะกรรมการสากลขึ้นมา  

ถึงกระนั้นก็ตาม การที่ประธานาธิบดี Trump ได้ทำลาย Trans-Pacific Partnership (TPP) ลงอย่างสิ้นเชิงในวันแรกของการเข้ามาบริหารสมัยแรก ซึ่งก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เหมือนกับ OECD อย่างมาก โดยคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ที่ออกมายกเลิกและไม่ให้กลับมากวนใจอีกนั้น ถือว่าเป็นการช่วยชาติในทันทีทันใดตั้งแต่วันแรก เพราะองค์กร TPP จะสร้างคณะกรรมการที่มีอำนาจเหนือรัฐขึ้นมาทำการพิพากษาเรื่องราวต่างๆด้วยการใช้อำนาจที่มีเหนือชาติมากกว่าการใช้อำนาจตามอธิปไตยของประเทศนั้นๆที่มีเขตอำนาจศาลของตนอยู่แล้วตามปกติในการพิจารณาพิพากษาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา TPP จะทำอย่างนั้น และ Trump ได้ทำลายสิ่งนั้นลง ซึ่ง Trump ได้กล่าวว่าองค์กรพวกนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยของชาติ มันจะสร้างสิทธิสภาพนอกอาณาเขตขึ้นมา ในสหรัฐฯ และในทุกประเทศที่ยอมให้มันเข้าไป อย่างน้อยที่สุดมันจะกัดกร่อนบ่อนทำลายอธิปไตยของประเทศนั้นๆลงไปเรื่อยๆ มองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย ประเด็นที่ผมพยายามจะบอกคุณคือ ผมเบื่อมากกับหลายคนที่ชอบตีตราว่า “ ถ้าคุณเรียกใครว่าเป็นพวกสนับสนุนลัทธิโลกาภิวัฒน์ เราจะไม่รับฟังคุณอีกเลย” ทำไมล่ะ? เพราะตอนนี้มันชัดเจนอยู่ในตัวเองแล้ว คนกลุ่มนี้จะเป็นใครก็ตาม เรียกได้เลยว่าเป็น World Economic Forum, ลัทธิเหนือชาติ หรืออะไรก็ตาม ส่วนใหญ่พวกนี้จะไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ของใครเลย นึกถึงแต่ประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น สำหรับคนอื่นก็จะถูกสาปแช่ง มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นี่มันเป็นวาระของการต่อต้านมนุษยชาติอย่างแท้จริง มันไร้มนุษยธรรมเสียจริงๆ 

ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้หลังจากที่ผมได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post, bangkokpost.com, บทความชื่อว่า: Carbon Taxes part of new Thai climate law การเก็บภาษีเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย สิ่งแรกที่จะบอกก็คือยังไม่ได้เป็นกฎหมายนะครับ เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเสนอให้เป็นกฎหมาย ผมเบื่อมากกับการที่บรรดาสื่อทั้งหลายชอบบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกาศใช้กฎหมาย และขั้นตอนการบัญญัติกฎหมาย อย่างเช่นเรื่องของคาสิโน คณะรัฐมนตรีได้ผ่านมติในเรื่องคาสิโน แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะประชาชนไม่ต้องการ ผมไม่ชอบเอามากๆกับความพยายามที่จะค่อยๆดึงเรื่องออกไปและทำให้คลุมเครือสับสนกับกระบวนการนิติบัญญัติที่กำลังเกิดขึ้น ขอยกข้อความมาโดยตรงอีกดังนี้: "คณะรัฐมนตรีได้นำเสนอแผนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับภาษีคาร์บอน และระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading System: ETS) ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉบับแรกของไทย" ทำไมเราถึงต้องทำสิ่งนี้? มีคนลงคะแนนเสียงเพื่อเรื่องนี้หรือ? ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว มีใครที่ลงคะแนนให้กับเรื่องภาษีใหม่นี้บ้าง? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศหรือเรื่องคาร์บอนก็ตาม ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกับเรื่อง Global Minimum Tax ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สิ้นเปลืองเวลาและเงินทองโดยไร้ประโยชน์ที่ยายเฒ่าYellen พยายามชักชวนโน้มน้าวให้เป็นส่วนหนึ่งในชุดโปรแกรมของ OECD ใครลงคะแนนเสียงให้กับเรื่องนี้? ใครลงคะแนนเสียงให้กับเรื่อง Global Minimum Tax? เราต้องเสียภาษีจากการที่เราต้องหายใจหรือ? ผมจำได้ว่าเคยตำหนินายเศรษฐาในประเด็นนี้เหมือนกัน ขอยกข้อความมากล่าวต่อ: "กฎหมายนี้ได้รับความเห็นชอบในหลักการ" ยังไม่มีการอนุมัติครับ คนไทยจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้นะครับ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้ง คนไทยทุกคนจะต้องรู้ว่ามีความพยายามที่จะออกกฎหมายคาร์บอน และในระหว่างนี้ทางรัฐบาลพยายามที่จะผลักสิ่งนี้ให้ผ่านไปก่อนที่จะเปิดสภาใหม่หรือเปล่า? ซึ่งจะเป็นวิธีการเดียวกันกับการที่สหรัฐฯออกกฎหมายเกี่ยวกับเงินทุนสำรอง (Federal Reserve Act) ซึ่งได้ผ่านสภาแบบแปลกๆ ดูเหมือนตอนนั้นในวุฒิสภายังมี 2 คนที่ถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำ แต่ก็มีการประกาศใช้กฎหมาย นั่นคือสิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ขณะนี้ในประเทศไทยหรือเปล่า? นี่เป็นกลวิธีที่จะออกกฎหมายอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหรือเปล่า? ผมคิดว่าคนไทยคงไม่ได้ดีใจจนตัวสั่นไปกับเรื่องภาษีใหม่นี้นะครับ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับปล่อยก๊าซคาร์บอนหรืออย่างอื่นก็ตามครับ อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวผมจะกลับมาพูดเรื่องนี้อีกครั้ง ในทางวิทยาศาสตร์ถือว่าเรื่องนี้ไร้สาระอย่างแท้จริง แม้แต่ Bill Gates เองก็ทิ้งเรื่องนี้ไปแล้ว กล่าวต่อจากบทความ: "ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเสนอโดยกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีรัฐมนตรีหลายคนได้ให้ความเห็นชอบในหลักการ เมื่อวันอังคาร ซึ่งจะเป็นการยกระดับกฎกระทรวงปี 2007 ให้เป็นกฎหมายหลักฉบับแรกเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ" มีบางอย่างที่ผมอยากจะกล่าวคือ กฎกระทรวงกับกฎหมายต่างกันนะครับ กฎกระทรวงเป็นเพียงแนวทางการปฏิบัติที่มีผลบังคับใช้เฉพาะภายในส่วนราชการนั้น ไม่ใช่กฎหมายที่มีการประกาศใช้ สิ่งนี้ประชาชนควรจะต้องจดจำไว้ให้ดี  ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนใน บริบทของเรื่องกัญชาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยมีความพยายามที่จะผสมปนเปกันทำให้มีความสับสนเกิดขึ้นระหว่างคำว่า “กฎหมาย” กับ “กฎกระทรง” รวมทั้งข้อแตกต่างของสองคำนี้ กล่าวต่อ: "กฎหมายถูกสร้างเพื่อสนับสนุนต่อพันธกรณีของประเทศภายใต้กรอบข้อตกลงของสหประชาชาติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ" ผมคิดว่าประเทศไทยควรที่จะต้องพิจารณาพันธกรณีเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง และควรจะต้องพิจารณาด้วยว่าควรจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้หรือไม่ โดยเฉพาะถ้าหากมันจะนำมาซึ่งการเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น มันเหมาะสมตรงประเด็นกับเรื่องอะไร? คาร์บอนเหรอ? มนุษย์เองก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคาร์บอนเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว; เขาจะเก็บภาษีเพราะเป็นมนุษย์หรือ? มันเกือบจะเป็นเรื่องตลกไร้สาระ พวกเขาตอกย้ำให้เห็นชัดๆเลยว่าเราจะเก็บภาษีพวกคุณ จะเก็บภาษีเพิ่มในเรื่องคาร์บอน ไม่ว่านั่นจะหมายความว่าอย่างไรก็ตาม–สิ่งที่ผมกำลังจะพูด ผมได้นำมาทำเป็น thumbnail ของวีดีโอเรื่องนี้ - แค่ภูเขาไฟระเบิดลูกเดียวก็ลบล้างทุกอย่างที่เราทำในเรื่องนโยบายคาร์บอนนี้ทั้งหมดแล้ว; มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่ไร้สาระอย่างเห็นได้ชัด กล่าวต่อ: "คุณลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกของรัฐบาล ได้กล่าวว่า มีการการตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ความเป็นกลางทางคาร์บอนเกิดขึ้นภายในปี 2050 และทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065" ย้ำอีกครั้ง จะให้การปล่อยคาร์บอนเหลือศูนย์? พืชต้องหายใจคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปนะครับ อยู่บนพื้นฐานของอะไร ก็ต้องมาฟังต่อที่ CNN.com, cnn.com. Bill Gates makes stunning claim about climate change นาย Bill Gates ได้ออกความคิดที่น่าทึ่งมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้นี้ถือว่าเป็น Messiah ของเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เลยนะ เป็นการออกมาหักล้างเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง กล่าวต่อจากบทความ: “มาถึงเวลานี้  Bill Gates ซึ่งเคยเป็นผู้นำในการรณรงค์เกี่ยวกับการลดการปล่อยไอเสียที่เป็นคาร์บอน ได้ออกมาคัดค้านอย่างน่าทึ่งและมีนัยสำคัญต่อกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสภาพภูมิอากาศที่อาจนำไปสู่วันสิ้นโลก” โดยการตีพิมพ์บทความเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยโต้แย้งว่า ทรัพยากรต่างๆจะต้องโยกย้ายออกไปจากการนำมาใช้เพื่อต่อสู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"-ว่ายังไงนะครับ! กล่าวต่อ: “นาย Bill Gates ได้กล่าวว่า กลุ่มผู้ใจบุญสุนทานและรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในโลกใบนี้ จะต้องเพิ่มการลงทุนไปในด้านอื่น โดยมุ่งไปที่การป้องกันความอดอยากหิวโหยและโรคระบาดแทน" นี่คือคำพูดของคนที่เราจะยึดถือเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือ? คงต้องหันมาดูซักทีว่าน่าจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนะครับ! ประเทศไทยไม่ควรจะเข้าไปร่วมในสิ่งนี้ แล้วทำไมจะต้องมาเก็บภาษีเพิ่มกับคนไทยแค่เพราะมีคาร์บอนอยู่บนโลกใบนี้? กล่าวต่อ ซึ่งข้อความต่อไปนี้จะเป็นเหตุผลของการใช้ thumbnail ของวีดีโอเรื่องนี้ ข้อมูลมาจาก X ผู้เขียนชื่อว่า Captain Jack Harris: ขอยกข้อความโดยตรง: "มีการประเมินว่าจะมีการปล่อยก๊าซ  CO2 ออกมาถึง 400 ล้านล้านตัน จากการระเบิดออกของภูเขาไฟหนึ่งลูก และถ้าหากดูจากแผนผังและสังเกตจุดเล็กๆสีขาวในแผนผังนั้น นั่นคือสิ่งที่พวกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือพรรคแรงงาน หรือพรรครักชาติก็ตาม กำลังขโมยเงินของเราเพื่อที่จะเอาไปให้กับสหภาพยุโรป" Captain Jack Harris กำลังพูดถึงภาษีคาร์บอนซึ่งตอนนี้มีการเก็บแล้วในสหภาพยุโรป ซึ่งดูออกนะครับว่าประชากรคงมีความพอใจกันมาก!

กล่าวโดยสรุป และขอกลับมาที่ประเด็นนี้ เรื่องการตั้งเป้าไปที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 (NetZero 2050) จริงๆแล้วผมเคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้วว่าผมคงได้ทำวิดีโอตำหนิรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งก็ถีงเวลาแล้วครับ ผมเองไม่ได้ชอบเรื่องนี้ไปมากกว่าการที่ไม่ชอบ OECD เลยครับ ในขณะที่ คนที่รณรงค์เรื่องนี้ก็ได้ถอนตัวออกมาแล้ว รวมทั้งไม่ได้มีทฤษฎีวิทยาศาสตร์มารองรับเลย ซึ่งจะว่าไป มันก็คล้ายๆกับเรื่อง Covid นั่นแหละ คือมันเป็นการแหกตากันแบบครึ่งๆกลางๆโดยมีวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นพื้นฐานนิดหน่อย ผมเห็นว่ามันเป็นอันตรายกับประเทศไทยอย่างมากทั้งทางสังคม ทางการเมืองและทางเศรษฐกิจด้วย เพราะในเวลานี้ สิ่งสุดท้ายที่ประเทศไทยต้องการคือการเก็บภาษีเพิ่มอีกประเภทหนึ่ง