Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal Services & Resources 

Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.

Contact us: +66 2-266 3698

[email protected]

ResourcesThailand Real Estate & Property LawJurisprudence“รัฐบาล” แพทองธารกำลังจะทำลายธุรกิจ 18,000 แห่งเชียวหรือ?

“รัฐบาล” แพทองธารกำลังจะทำลายธุรกิจ 18,000 แห่งเชียวหรือ?

For the English transcript of this video, please go to the following link:

https://www.legal.co.th/resources/thailand-real-estate-property-law/jurisprudence/paetongtarns-government-destroy-18000-businesses/

วีดีโอเรื่องนี้จะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับกัญชาในเชิงของข่าวธุรกิจ ผมว่าตอนนี้มันมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งแตกแขนงครอบคลุมออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อนักลงทุนต่างชาติที่มองถึงอนาคตของประเทศไทยโดยรวม ซึ่งจะเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั้งหมดรวมไปถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วย  ผมมองว่ามันจะส่งผลกระทบออกไปหลายแขนงมาก ในหัวข้อเรื่องนี้ ผมได้ใส่คำว่า “รัฐบาล” ไว้ในเครื่องหมายคำพูด ทั้งนี้ก็เพราะ–คุณก็สามารถเห็นได้ชัดแล้วว่า-ผมเองก็มีประเด็นในเรื่องนี้เหมือนกัน ในเรื่องที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ได้เจรจาทางโทรศัพท์กับผู้นำของกัมพูชา–ถ้าคุณอยากเรียกเขาว่า”ผ้นำ”นะ-ซึ่งผมได้พูดเรื่องนี้ไว้แล้วในวีดีโอม้วนอื่น และจะไม่พูดถึงมากนักในวีดีโอนี้ แต่มันก็มีรายละเอียดเยอะซึ่งผมได้พูดไปแล้วในวิดีโอก่อนหน้านี้ โดยผมได้พูดถึงการที่มีคนพูดกันว่า “จะอย่างไรก็ตามในพรรคร่วมรัฐบาล ก็ยังมีหลายคนที่ยังคงสนับสนุนเธออยู่” มีคณะกรรมการบริหารของพรรคร่วมเหล่านี้ที่พูดว่า “เราจะอยู่ข้างหลัง” แม้แต่ในวิดีโอม้วนหนีง พวกเขายังพูดกันว่า “มันเป็นฉันทามติ” หมายความว่ายังไงครับ? แม้ว่าเรื่องนี้จะดูสงบลงชั่วคราวก็ตาม โดยรัฐสภาเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เราเลยยังไม่รู้ว่า จริงๆแล้วสถานะของรัฐบาลขณะนี้เป็นอย่างไร สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ มันน่าสนใจที่จะดูว่า สมาชิกพรรคของพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่เหล่านี้จะพร้อมใจกันสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเธออย่างเบ็ดเสร็จหรือไม่ หลังจากที่พรรคขนาดใหญ่ที่ร่วมรัฐบาลได้ถอนตัวออกไป เพราะฉะนั้นสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่นิ่งและคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เราไม่รู้เลยจริงๆ ฉะนั้น ผมจึงเฝ้ามองรัฐบาลเสียงข้างน้อยนี้อย่างยากลำบาก มันตันไปหมด เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ บางที่สัปดาห์หน้าอาจจะได้เห็นว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องใส่เครื่องหมายคำพูดไว้กับคำว่า “รัฐบาล”     

อย่างไรก็ตาม ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้หลังจากที่ผมได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post, bangkokpost.com, บทความชื่อว่า: Thai Cannabis stores fear for their future ร้านจำหน่ายกัญชามีความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจในอนาคต ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่จะทำให้กัญชากลับมาเป็นสิ่งผิดกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับธุรกิจระดับหมื่นล้าน ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: "ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวคาดว่าร้านจำหน่ายกัญชาหลายแห่งทั่วประเทศไทยจะปิดตัวลง โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง คงเหลือไว้แค่ร้านที่จำหน่ายกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้เพราะรัฐบาลกำลังดำเนินการที่จะทำให้พืชชนิดนี้กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง 'ในค่ำวันอังคาร กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่งห้ามการขายกัญชาเพื่อสันทนาการ..' ประเด็นนี้แหละที่ทำให้ผมหงุดหงิดมานานแล้ว และผมเคยพูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่นด้วย ความห่วงกังวลในเรื่องการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสันทนาการอยู่ตรงไหน? เราสามารถหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทั่วไป แต่กลับมากังวลว่า “โอ้ นี่มันมีการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ” แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ พวกเขาใช้อำนาจอะไรในการกล่าวหาแต่เพียงฝ่ายเดียว่าพืชชนิดนี้ เป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้ว ?

ผมเคยพูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่นว่า พืชชนิดนี้ได้ถูกถอดออกจากบัญชีรายการยาเสพติดแล้ว ซึ่งในความเข้าใจของผม สภาจะต้องมีกฎหมายที่จะทำเรื่องนี้ แบบนี้มันเป็นการทำตามอำเภอใจและหุนหันพลันแล่น เหมือนๆกับการกล่าวว่า: "ตอนนี้ร้านดอกไม้จะขายดอกทิวลิปต่อไปอีกไม่ได้ เพราะเราถือว่ามันเป็นยาเสพติด!" ผมรู้ดีว่ามันฟังดูแปลกประหลาดหรือดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ไม่เลยครับ ผมหมายถึง ถ้ารัฐบาลเพียงแต่พูดว่า “ก็เพราะเราบอกไว้อย่างนั้น ตอนนี้มันก็เลยเป็นยาเสพติด” จะมีอะไรอีกล่ะ “ก็เราบอกว่ามันเป็นยาเสพติด มันก็ต้องเป็นยาเสพติดสิ” บทความกล่าวต่ออีกว่า: "และทำให้มันเป็นภาคบังคับสำหรับการจำหน่ายปลีก โดยจะต้องมีใบสั่งจากแพทย์" ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ต้องออกเป็นกฎหมายก่อนครับ ในความเข้าใจของผม เมื่อปีครึ่งที่แล้ว รัฐบาลก็พยายามทำเช่นนี้, ทุกคนก็เห็นด้วยว่าจะต้องผ่านรัฐสภา แล้วตอนนี้พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่? นำไปพิจารณาในรัฐสภาสิครับ คุณมีเวลามากมาย เพราะการพูดว่า: "เราต้องทำแบบนี้ เพราะเราพูดเอาไว้อย่างนี้" มันตลกสิ้นดี

กล่าวต่อจากบทความ: "กฎใหม่จะเริ่มใช้บังคับได้ทันทีที่หลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในไม่กี่วันนี้" -หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ เราไม่รู้ และอีกอย่างหนึ่ง "กฎ" ที่พูดถึงนี้ก็ยังเป็นความท้าทายทางกฎหมายอีกด้วย ซึ่งผมเคยพูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่น ขออธิบายครับ พระราชกิจจานุเบกษา ถ้าจะเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ ก็จะคล้ายกับสิ่งที่เราเรียกว่า ทะเบียนของรัฐบาลกลาง ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมือนกันทีเดียวแต่ก็ใกล้เคียงกันมาก ซึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ๆที่ประกาศใช้จะถูกนำมาไว้ในทะเบียนนี้อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนรับทราบ เพราะฉะนั้น การที่ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาซึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้นเสมอไป แต่ถ้าหากเกิดขึ้นก็สันนิษฐานได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นด้วย เช่นเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้ เป็นต้น แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ดี และผมก็คิดว่าคงจะหลายเรื่องทีเดียว เพราะตามที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้คือ ร้านค้า 18,000 แห่งซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย แต่เพียงชั่วข้ามคืน ด้วยการสั่งการของคนเพียงคนดียว ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป เพราะรัฐมนตรีสาธารณสุขได้กล่าวว่า "เพราะผมคิดว่าตอนนี้มันเป็นยาเสพติด ดังนั้น ตามนโยบายสาธารณะ รวมทั้งตามกฎหมายและกฎระเบียบที่มีอยู่ในประเทศไทย ธุรกิจเหล่านี้ทั้งหมดจึงถือว่าเป็นอันตราย ซึ่งทำให้ธุรกิจเหล่านี้ซึ่งเคยถูกกฎหมายกลายเป็นสิ่งอยู่นอกกฎหมายไปในทันที"

ขอยกข้อความมาจากอีกแห่งหนึ่ง คราวนี้จากข่าวสดฉบัภาษอังกฤษ  khaosodenglish.com, หัวข้อว่า: Thailand tightens Cannabis control as 18,000 shops must adapt “ประเทศไทยเข้มงวดในเรื่องการควบคุมกัญชาโดยร้านขายปลีก 18,000 แห่งจะต้องปรับตัว” พาดหัวรองลงมากล่าวว่า: Massive Industry Impact “ผลกระทบอย่างมโหฬารต่ออุตสาหกรรมกัญชา” ขอยกข้อความโดยตรงดังนี้: ร้านจำหน่ายกัญชาที่มีใบอนุญาต จำนวน 18,000 แห่งทั่วประเทศ จะต้องยกเครื่องการดำเนินการของพวกเขาภายใต้กฎกติกาฉบับใหม่.." ขอถามอีกครั้งว่า กฎนี้เกี่ยวข้องกับอะไร? ยึดถืออะไรเป็นพื้นฐาน? อย่างที่ผมเคยพูดไว้แล้วในวีดีโอม้วนอื่นคือ ในแง่ของกฎหมายไทย ผมก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่กฎหมายของประเทศไทยเป็นระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร ซึ่งยึดถือหลักการตีความกฎหมายเป็นพื้นฐาน  ถ้าจะประกาศว่าสิ่งใดเป็นสิ่งผิดกฎหมายจะต้องยื่นเรื่องผ่านรัฐสภาให้พิจารณาก่อน ซึ่งกัญชาได้ถูกถอดออกจากรายการยาเสพติดแล้ว มันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้ว ถ้าหากต้องการที่จะทำให้มันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง ก็ต้องผ่านรัฐสภา ในความคิดของผม คุณพูดแบบนี้ไม่ได้ คุณพูดแค่ว่า "ตอนนี้ร้านขายปลีก 18,000 แห่งนี้ ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะเราสั่งแบบนั้น?" ได้ด้วยหรือครับ? แล้วนอกจากนั้น เราลองมาดูกันดีๆ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงตั้งชื่อเรื่องว่า ข่าวธุรกิจของประเทศไทย ซึ่งก็ไม่ได้เน้นเรื่องกัญชาซะทีเดียว ตอนนี้ทั้งโลกกำลังเฝ้ามองอยู่ รัฐบาลไทยโปรดฟังผมหน่อยครับ บรรดาผู้คนที่อยู่ในนโยบายสาธารณะโปรดฟังผมด้วย ถ้าหากธุรกิจ 18,000 แห่งในประเทศไทยต้องปิดกิจการลง แค่จากวันนี้ไปถึงวันรุ่งขึ้น ก็จะเปลี่ยนสถานะจากที่ถูกกฎหมาย กลายเป็นผิดกฎหมาย เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบของเจ้าหน้าที่รัฐเพียงคนเดียว คุณคิดว่าคนจะมองว่าอย่างไร? คุณคิดว่าจะมีผลอย่างไรกับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในอนาคต? ผมนึกไม่ออกว่ามันจะมีอะไรที่เป็นไปตามอำเภอใจและหุนหันพลันแล่นไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะในแง่มุมของผู้ที่ได้มาลงทุนที่นี่แล้ว ถ้าหากนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา มีการถกแถลงกัน ผู้คนต่างพูดกันถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็จะได้ปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ ผมว่านักลงทุนและใครๆก็จะติดตามดูอย่างถี่ถ้วน-ผมไม่ได้พูดถึงเฉพาะนักลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชานะครับ นักลงทุนทั่วไปต่างก็กำลังเฝ้ามองเรื่องนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปด้วยเช่นกัน "ที่นี่คือที่ที่เราต้องการมาลงทุนหรือ?" เราอาจจะไม่ได้ทำธุรกิจกัญชา แต่เราอาจจะเป็นคลินิกทางการแพทย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกัญชาเลยก็ได้ จากวันหนึ่งไปสู่อีกวันหนึ่ง รัฐบาลอาจบอกก็ได้ว่า อะไรก็ตามที่เราดำเนินการอยู่ตอนนี้ มันผิดกฎหมายไปแล้ว หรือถ้าเราจะเปิดโรงต้มเบียร์ขนาดเล็กขึ้นมา แล้วมีเจ้าหน้าที่มาตรวตสอบอย่างรวดเร็วโดยมุ่งไปที่ประเด็นของกัญชา เพียงแค่วินาทีเดียวมันก็กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้ว จะเป็นอย่างไรถ้าเจ้าหน้าที่เขาบอกว่าโรงต้มเบียร์ขนาดเล็กนี่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ บางส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลกำลังพยายามที่จะผลักดันให้มีกฎหมายเกี่ยวกับคาสิโน ถ้าหากคุณเป็นนักลงทุน หรือแม้กระทั่งเป็นผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่สำหรับธุรกิจคาสิโนในประเทศไทย คุณจะมองเรื่องนี้แล้วคิดว่า "เราควรจะนำเงินเป็นพันล้านเข้าประเทศไทยเพื่อนำมาลงทุนในคาสิโนจริงๆหรือ ตอนนี้เรื่องนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่โต้เถียงกันอยู่เลย แค่จากวินาทีนี้ไปยังวินาทีถัดไป เจ้าหน้าที่อาจบอกคุณก็ได้ว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกกฎหมายอีกต่อไปแล้ว “ขอโทษด้วย ขอบคุณที่มาลงทุน แต่คาสิโนของคุณตอนนี้ถูกปิดไปแล้ว!" ผมไม่คิดว่ามันเป็นนโยบายที่ดีเลยนะ และผมก็ไม่คิดว่ามันจะนำไปสู่การปฏิบัติได้ด้วยความสุขุมรอบคอบ และผมก็ไม่คิดด้วยว่ามันจะส่งผลกระทบเฉพาะในแวดวงของกัญชาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากบทความในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ที่ผมเพิ่งอ้างอิงไป- ผมขอแนะนำให้ท่านผู้ชมลองไปหาอ่านดู-ในบทความได้กล่าวว่า ผู้คนพูดกันว่า "มันสร้างความรำคาญ เพราะมีคนสูบนอกบ้าน ซึ่งคนไทยไม่ชอบเลย มีคนไทยหลายคนที่บ่นเรื่องนี้" ผมเข้าใจเลยครับ แต่เราก็มีกฎหมายเกี่ยวกับการก่อความรำคาญ อยู่แล้ว ผมเคยทำวีดีโอเรื่องนี้ไว้เมื่อหลายปีก่อน เรื่องที่ตำรวจพูดว่า "ถ้าหากคุณสูบนอกบ้าน เราก็จะจับกุมคุณในข้อหาก่อความรำคาญ" เอามาบังคับใช้เลย เพราะเป็นกฎหมายที่มีอยู่แล้ว กรุณาอย่านำข้อห้ามเหล่านี้มาเป็นข้ออ้าง เพื่อที่จะยกเลิกใบอนุญาติ เพราะถึงที่สุดแล้ว มันเป็นการทำตามอำเภอใจและหุนหันพลันแล่นอย่างแท้จริง และผมคิดว่ามันจะมีผลกระทบในทางลบอย่างมากมายมหาศาลย้อนกลับมา โดยเฉพาะต่อประชาคมการลงทุนต่างประเทศ ทั้งโลกกำลังเฝ้ามองอยู่ แล้วมันเป็นภาพที่ดูไม่ดีเลย