Legal Services & Resources
Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.
Contact us: +66 2-266 3698
มีการค้นพบสารประกอบที่หายากในใบของกัญชา จริงหรือ?
For the English transcript of this video, please go to the following link:
Thumbnail ของวีดีโอเรื่องนี้มาจากภาพยนตร์ชื่อว่า Harold & Kumar go to White Castle ซึ่งใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะจำประโยคนี้ได้ ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง และนอกจากนี้ เราก็จะพูดถึงสารประกอบที่พบเจออยู่ในใบกัญชา ซึ่งบางตัวเพิ่งพบเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยวิธีการต่างๆ ผมคิดว่าประเทศไทยน่าจะตัดสินใจได้ถูกต้องแล้วในนโยบายกัญชา เพราะมีผลทางการแพทย์มากมาย และใช่ มันเป็นเพียงผลิตผล ในความหมายที่ว่ามันเป็นพืชเศรษฐกิจ ผมเปรียบอรรถประโยชน์ของการทำกัญชาให้ถูกกฎหมายของประเทศไทยนั้นเสมือนกับในยุคต้นๆที่สหรัฐฯได้รับจากใบยาสูบในฐานะที่เป็นพืชเศรษฐกิจ แต่กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความหลากหลาย อาทิ สามารถนำมาทำเส้นใยสิ่งทอ เอามาทำกระดาษก็ได้ และนอกจากนี้ผมเข้าใจว่าตอนนี้ผลิตภัณฑ์จากกัญชง (hemp) สามารถที่จะนำมาทำพลาสติกได้ด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นพลาสติกแต่เป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพด้วย หมายถึงถ้าจะโยนลงกับพื้น ในที่สุดก็จะย่อยสลายหายไปเข้าสู่ระบบนิเวศน์ก็ว่าได้ ซึ่งก็เป็นวิธีการใช้ที่นอกเหนือไปจากการใช้เพื่อสันทนาการ หรือสำหรับผู้ที่นิยมการเสพผลผลิตประเภทนี้ โดยรวมแล้ว กัญชามีประโยชน์มากมาย ไม่เฉพาะด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ด้วย แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ผมไม่อยากจะให้ผู้คนมองผมว่าผมคิดว่ากัญชามีแต่ข้อดีนะครับ ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นว่าต้องถูกกฎหมายและควรที่จะมีการควบคุมในทางเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องเป็นผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ถ้าเขาชอบ เขาก็สามารถเลือกที่จะใช้ได้ตามเจตจำนงของตนเอง อย่างไรก็ตาม ผมมีข่าวน่าสนใจที่จะมาพูดให้ฟังในประเด็นนี้ครับ
ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้หลังจากที่ผมได้อ่านบทความของ Maximo@Rainmaker1973 ที่โพสต์บน X ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: "ผู้ปลูกหลายคนมักจะทิ้งใบกัญชาเพราะมองว่าเป็นเศษขยะ แต่มีการวิจัยที่ออกมาใหม่ ชี้ให้เห็นว่าพวกเขากำลังทิ้งสิ่งที่อาจจะประเมินค่าไม่ได้ นักเคมีที่มหาวิทยาลัย Stellenbosch, ในประเทศ แอฟริกาใต้ ใช้ chromatography แบบทันสมัย (เทคนิคที่ใช้แยกสารผสมออกจากกัน) และ Spectrometry (เทคนิคการวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารกับรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า) ที่มีความละเอียดสูง ซึ่งได้พบสารผสมที่หายากมากในใบของกัญชา ชื่อว่า flavoalkaloids (สารประกอบฟินอลิก)” พอถึงจุดนี้ ผมขอกลับไปที่ thumbnail ซึ่งในภาพยนตร์จะได้ยินประโยคนี้เมื่อ Harold กับ Kumar เดินทางไปที่ White Castle แล้วพนักงานกล่าวว่า: "ในฐานะที่ผมทำงานที่ Burger Shack มา 5 ปี ผมต้องบอกคุณว่า ถ้าหากคุณกระหายรสชาติแบบ White Castle, เบอร์เกอร์ของเราที่นี่จะให้รสชาติไม่เหมือนกับ เบอร์เกอร์ของ Burger Shack นะครับ คุณแค่นึกถึง เบอร์เกอร์ของ White Castle ชิ้นเล็กๆ ที่มีหัวหอมชิ้นเล็กๆ ก็จะรู้สึกเหมือนกับว่ามีผลึกแห่งรสชาติกำลังระเบิดอยู่ในปากคุณ"-ทันทีที่ผมอ่านคำว่า "flavoalkaloid" ผมก็นึกถึงประโยคนั้นในเรื่อง Harold and Kumar, สำหรับใครก็ตามที่ได้สัมผัสกับกัญชามาบ้างตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชีวิตวัยเยาว์ที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ คุณก็คงจะรู้จักภาพยนตร์ที่ชื่อว่า Harold and Kumar go to White Castle.
อย่างไรก็ตาม กล่าวต่อจากบทความ: "โมเลกุลเหล่านี้จะพบยากมากในธรรมชาติและยังไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อนในกัญชา เป็นที่รับรู้ว่ามันเป็นสารทรงพลังที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบได้ดีมาก แล้วตัว flavoalkaloids ก็ยังมีทีท่าว่าจะมีผลดีที่ค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับการรักษามะเร็ง รวมทั้งการอักเสบเรื้อรังและอาการอื่นๆอีกด้วย ผู้วิจัยได้ตรวจศึกษาต้นกัญชา 3 สายพันธ์และพบว่ามีสารประกอบ ฟินอลิก รวมทั้งสิ้น 79 ตัว โดยมี 25 ตัวที่เป็นสิ่งที่พบใหม่ในทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกัญชา แล้วที่แปลกกว่านั้นคือ ในจำนวนนี้มี 16 ตัว ที่มี flavoalkaloids ชนิดที่หาได้ยากมาก โดยส่วนใหญ่จะปรากฏอยู่ในส่วนของใบในกัญชาเพียง 1สายพันธ์เท่านั้น แต่ที่น่าแปลกใจมากที่สุดก็คือ สารประกอบที่มีคุณค่าเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในดอกอ่อนที่ทุกคนมองว่ามีค่า แต่พบอยู่ในส่วนของใบซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะถูกทิ้ง ไปหลังจากที่เก็บเกี่ยวพืชผลเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าการวิจัยชื่อว่า Dr. Margriet Muller ได้กล่าวว่าด้วยวิธีการวิเคราะห์ที่ล้ำสมัยทำให้สามารถแยกโมเลกุลที่หายาก เหล่านี้ออกจาก flavonoids ซึ่งมีในปริมาณที่มากกว่า" –เพราะฉะนั้น จึงมีทั้ง flavoalkaloids และ flavonoids ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีผลึกแห่งรสชาติอยู่ในกัญชาครับ กล่าวต่อจากบทความ: "และสารประกอบอื่นๆ แม้กระทั่งนักเคมีอาวุโสก็ยังผงะเมื่อพบข้อมูลเหล่านี้ ในขณะที่การวิจัยส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดมักจะเพ่งเล็งไปที่สารประกอบที่ออกฤทธิ์ที่รู้จักกันดี ประเภท THC กับ CBD, การค้นพบในครั้งนี้ได้เปิดเผยความจริงว่าเคมีของกัญชานั้น มีความเข้มข้นและซับซ้อนมากกว่าที่เคยมีความเข้าใจมาก่อนหน้านี้ "
น่าสนใจนะครับ ถึงที่สุดแล้ว ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ว่า ผมคิดว่าประเทศไทยมาถูกทางแล้วครับ อย่าเข้าใจว่า ประเทศไทยอยากจะเป็นแค่ "Party Town" แล้วอยากให้คนมาพี้กัญชากันนะครับ ไม่ใช่เลย นี่เป็นผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมากกว่าด้วย เหนือสิ่งอื่นใด ตอนนี้ก็มีการค้นพบสิ่งใหม่ๆมากมายเกี่ยวกับกัญชา ทั้งนี้ก็เพราะเราไม่จับมันไปซุกไว้ในมุมใดมุมหนึ่ง แสดงความรังเกียจมัน แล้วเรียกมันว่ายาเสพติด-ซึ่งไร้สาระมากพอสมควร-ซึ่งจะทำให้ไม่มีการศึกษากัญชาอย่างมีนัยยะสำคัญเลย
คำถามต่อไปก็คือเพราะเหตุใดที่จะทำเช่นนี้? ถึงที่สุดแล้วใครคือผู้ที่ได้ประโยชน์จากจากการที่ ก) กัญชาไม่ถูกทำให้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย และ ข) ไม่ได้รับการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกัญชาต่อ? ในแง่ของข้อ ก. ผู้ที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดคือผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และโรงงานเภสัชกรรมขนาดใหญ่ ส่วนข้อ ข. ก็คงเป็นโรงงานอุตสาหกรรมยาขนาดใหญ่อีกครับ ถ้าพวกเขายังติดอยู่ในประเด็นของใบกัญชาซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่หาได้ยากมาก และไม่มียาตัวไหนก็ตามที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมยาจะสู้ได้-ซึ่งผมก็ไม่ได้กล่าวหาว่าการผลิตยาไม่ถูกต้องนะครับ-แต่ธุรกิจก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก และถ้าหากกัญชากลายเป็นคู่แข่งขึ้นมาโดยที่เขาไม่สามารถที่จะเอาชนะมันได้ ดังนั้น ก็น่าจะดีกว่าถ้าจะผลักกัญชาให้ตกขอบไป ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่ามันยากที่จะบอกว่าเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ผมคิดว่าถ้ามองจากมุมมองทั้ง 2 ด้านคือมุมของการวิจัยและมุมของการตลาดและธุรกิจ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยครับ คงเป็นสิ่งที่น่าสนใจต่อการติดตามต่อไป ซึ่งเราจะคอยให้ข้อมูลที่ทันสมัยในช่องรับฟังนี้ตามสถานการณ์ที่พัฒนาไปครับ
