Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal Services & Resources 

Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.

Contact us: +66 2-266 3698

[email protected]

ResourcesThailand Real Estate & Property LawJurisprudenceทำไมรัฐสภาไทยจึงไม่ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายโบราณ?

ทำไมรัฐสภาไทยจึงไม่ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายโบราณ?

For the English transcript of this video, please go to the following link:

https://www.legal.co.th/resources/thailand-real-estate-property-law/jurisprudence/why-doesnt-thai-parliament-rectify-antiquated-laws/

ตามที่จั่วหัววีดีโอนี้ไว้ โดยตั้งเป็นคำถามว่า ทำไมรัฐบาลถึงไม่ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายโบราณในประเทศไทย 

ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้เพราะมีการพูดกันมากถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คือราวๆปีครึ่งตั้งแต่รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงาน โดยเฉพาะด้วยความกระตือรือร้นของพรรคหลักที่เป็นแกนนำในรัฐบาลผสมที่ดูเหมือนจะมีแนวคิดที่ผิดเพี้ยนในการพยายามที่จะนำตำรวจจีนมาเดินลาดตระเวนตามท้องถนน เช่นเดียวกับที่คิดจะสร้างระบบเงินดิจิตอลขึ้นมาเพื่อที่จะติดตามเฝ้าดู การทำธุรกรรมทางการเงินของพวกเรา – ผมต้องถามว่า มีแรงจูงใจทางการเงินของตัวละครบางคนหรือเปล่าที่ผลักดันความคิดนี้ เพราะผมเองคิดว่าคงจะต้องมี อย่างน้อยก็ในระดับใดระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผมมองว่ารัฐสภาไม่ได้มีความสนใจสักเท่าไหร่ต่อการกระทำในสิ่งที่ควรกระทำเช่นการปรับปรุงกฎหมายเก่าๆให้ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน เพราะจริงๆแล้วก็น่าเสียดายมาก และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมค่อนข้างระแวงเรื่องการออกกฎหมายใหม่ๆ เพราะคุณจะต้องติดอยู่กับมันไปตลอด จริงอยู่ คุณจะเปลี่ยนแปลงมันทีหลังก็ได้ ซึ่งนั่นคือความงดงามของกระบวนการทางกฎหมาย ที่มีระบบให้สาธารณะชนสามารถเสนอสิ่งดีๆเข้ามาได้ แต่ถึงที่สุดแล้ว ทันทีที่มีฎหมายใหม่ออกมา มันก็มักจะติดหนึบและกำจัดออกไปได้ยาก และด้วยเหตุนั้น ผมจึงมักจะลังเลอยู่มากทีเดียว หรือระแวงที่จะมีการสร้างกฎหมายใหม่ออกมา มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดอย่างยิ่ง เมื่อผมเห็นสิ่งใหม่ๆ หรือเห็นนักกฎหมายเดินเข้ามา ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการทำคือสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมาเพื่อที่จะตัดเอ็นร้อยหวายของผู้คน และเรื่องระบบเงินดิจิตอล ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ขึ้นมาอยู่เบื้องหน้าในความคิดของผมอีกครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว งานหลักของรัฐสภา ควรที่จะเป็นการนำกฎหมายเก่ามาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูว่าจะต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับยุคสมัยหรือไม่

เรากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ ตัวอย่างที่ดีมากซึ่งทำให้ผมมีความคิดนี้ก็เมื่อผมได้อ่านบทความจาก Bangkok Post, bangkokpost.com, หัวข้อเรื่องชื่อว่า: Laws pressure small cinemas. กฎหมายสร้างแรงกดดันต่อโรงหนังขนาดเล็ก ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: "หลายสัปดาห์แล้วที่สมาคม Documentary Club ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Doc Club & Pub ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงขนาดเล็กของกรุงเทพฯ ได้ถูกพักการฉายหนังเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับใบอนุญาต โดยไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่สามารถปฏิบัติได้ หากต้องการที่จะได้รับใบอนุญาตเพื่อที่จะฉายหนัง เจ้าของกิจการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาคารและอัคคีภัย ภายใต้กฎหมายนี้ มาตรการป้องกันอัคคีภัยของคลับนี้ยังไม่รัดกุมเพียงพอ และจะต้องปรับปรุงสถานที่อีกมากเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด แต่โรงหนังขนาดเล็กคล้ายกับโรงหนังที่ Dot Club ไม่เหมือนกัน สถานที่นี้จุผู้ชมได้ไม่เกิน 50 คนและมีความเสี่ยงต่อหายนะจากอัคคีภัย ต่ำมาก แต่ทำไมจึงใช้กฎหมายชนิดเดียวกันกับอาคารประเภทหอประชุมในหลากหลายรูปแบบ กรณีนี้ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาเกี่ยวกับประเด็นความเกี่ยวข้องของกฎหมายควบคุมอาคารปี 1979 ซึ่งใช้ควบคุมการฉายหนังในสมัยที่ยังฉายกันในโรงหนังขนาดใหญ่ รวมทั้งใช้ฟิล์มเซลลูลอย์ดที่ติดไฟได้ง่ายมาก"

ดังนั้น หนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไม thumbnail ของวีดีโอเรื่องนี้จึงเป็นแบบนี้ ก็คือมันเป็นคลิปจากหนังเรื่อง Inglorious Bastards ที่สร้างโดย Quentin Tarantino และเป็นส่วนหนึ่งในฉากที่พวกเขากำลังคุยกันว่า ในช่วงเวลาหนึ่งฟิล์มหนังจะติดไฟได้มากแค่ไหน ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเขาพูดถึงฟิล์มไนเตรท ซึ่งติดไฟง่ายมากจนไม่สามารถที่จะนั่งรถเพื่อขนส่งฟิล์มชนิดนี้ได้ คือมันอันตรายขนาดนั้นเลย จึงต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับอาคารและสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมาในตอนนั้น-ซึ่งส่งผลให้โรงหนังในสมัยเก่าต้องมีสถาปัตยกรรมที่ใหญ่โต และอลังการมาก–เพราะจะต้องมีพื้นที่โล่งเยอะมากตามที่กฎหมายเกี่ยวกับอาคารกำหนด อันเนื่องมาจากม้วนฟิล์มที่ติดไฟง่ายนั่นเอง แต่ตอนนี้ทุกคนก็รู้ดี โดยเฉพาะหลังจากยุคดิจิตอล เราไม่ได้ใช้ม้วนฟิล์มแบบนั้นแล้ว หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ใช้มากเท่ากับในอดีต ดังนั้นเราจึงไม่มีสภาพการณ์ของการเก็บม้วนฟิล์มที่ติดไฟง่ายเหล่านั้นไว้รวมๆกันเป็นกองมหึมา ซึ่งอาจจะมีความร้อนแล้วอาจจะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ ถึงจำเป็นต้องมีสถาปัตยกรรมแบบโรงหนังในอดีตมีกัน แต่ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ชัดว่ามันไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด แต่เราก็ยังใช้กฎหมายสมัย 1979 กันอยู่