Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal Services & Resources 

Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.

Contact us: +66 2-266 3698

[email protected]

ResourcesThailand Real Estate & Property LawJurisprudenceนโยบายเกี่ยวกับกัญชาจะทำลายภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยหรือไม่?

นโยบายเกี่ยวกับกัญชาจะทำลายภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยหรือไม่?

For the English transcript of this video, please go to the following link:

https://www.legal.co.th/resources/thailand-real-estate-property-law/jurisprudence/will-cannabis-policy-kill-thailands-real-estate-sector/

ในวีดีโอเรื่องนี้จะตั้งคำถามว่านโยบายกัญชาจะทำลายภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งผมเคยพูดถึงประเด็นนี้แล้วเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา น่าจะสัก 3 ปี คือในช่วงปี 2022 ประมาณ 90 วันหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้ถอดถอนกัญชาออกจากบัญชีรายการยาเสพติดในประเทศไทย ซึ่งทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แม้กระทั่งการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการด้วย ผมเริ่มที่จะสังเกตุเห็นว่า มันมีผลลัพธ์ของนโยบายนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มีใครนึกถึงมาก่อนทั้งตอนนั้นและตอนนี้ นั่นก็คือธุรกิจกัญชาได้เช่าพื้นที่ในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อเปิดร้านค้าจำนวนมาก ซึ่งทำให้พื้นที่บริเวณนั้นมีชีวิตชีวามากขึ้นถ้ามองจากมุมมองของตลาดอสังหาริมทรัพย์

ผมเข้าใจดีว่ามีคนที่ไม่ชอบกัญชา พวกเขามีปัญหากับกัญชามาก โดยเฉพาะในเรื่องการสูบกัญชาในที่สาธารณะ ซึ่งผมเองก็มีปัญหาเรื่องการสูบในที่สาธารณะเหมือนกันและผมได้ทำวีดีโอในประเด็นนี้ไว้แล้ว บอกตรงๆ ผมค่อนข้างจะหงุดหงิดกับพรรคร่วมรัฐบาล และผมก็หงุดหงิดกับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งผมก็ได้ทำวิดีโอไว้แล้วเช่นกัน ตำรวจไทยน่าที่จะได้ทำการจับกุม หรือกักขังพวกเขา หรืออย่างน้อยก็ตักเตือนพวกเขาให้หยุดการสูบกัญชาในที่สาธารณะ เพราะมีกฎหมายเกี่ยวกับการก่อความรำคาญอยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้เลย แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน มันแค่มีใครบางคนในโครงสร้างทางการเมือง-ด้วยตัวเอง-ทำเรื่องขึ้นมา ด้วยการตัดสินว่า พวกเขาไม่ชอบสิ่งที่เป็นอยู่นี้ และพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะทำให้กัญชากลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายอีกครั้ง ซึ่งผมได้ทำวีดีโอไว้แล้วหลายม้วน ความหมายก็คือตอนนี้เรากำลังจะทำให้ธุรกิจ 18,000 แห่งที่เคยถูกกฎหมาย อยู่ๆก็กลายเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย; เรากำลังจะทำลายธุรกิจเหล่านั้น; กำลังจะทำลายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาซึ่งเป็นผู้ที่พึ่งพากฎหมายที่มีอยู่เพื่อสร้างธุรกิจเหล่านั้นขึ้นมา ผมก็ได้ทำวิดีโอในเรื่องนี้ไว้แล้วด้วยเช่นกัน

แต่ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งที่จะตามมาในทันทีที่ธุรกิจเหล่านั้นเริ่มปิดกิจการลงก็คือ จะนำอะไรมาเติมเต็มให้กับพื้นที่พาณิชย์ของอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้น? ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผู้ที่ออกนโยบายได้มองปัญหานี้อย่างรอบคอบหรือเปล่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เหมือนจะตกส้วมไปเลยตั้งแต่มีการระบาดของโควิด ในประเทศทางตะวันตกก็มีปัญหาด้านการพาณิชย์ด้วยเช่นกัน ทั้งในเรื่องของพื้นที่ที่เป็นสำนักงาน และพื้นที่ว่างให้เช่า เพราะเหตุใดครับ? ว่ากันตามตรง เพราะตอนนี้ smartphone และระบบดิจิตอลทำให้ธุรกิจทั้งหลายไม่จำเป็นต้องพึ่งพาภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้พื้นที่ในจำนวนที่มากเท่ากับความต้องการในอดีตอีกต่อไปแล้ว

แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้น? ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็หัวทิ่มบ่อเลยสิครับ สิ่งเดียวที่ช่วยเรื่องนี้ได้อย่างมาก ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีใครมองเห็นก็คือ “กัญชา” แต่ต่อไปจะเห็นได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธุรกิจเหล่านี้เริ่มปิดตัวลง เป็นภาคอสังหาริมทรัพย์หรือเปล่าที่เราจะได้เห็นถึงการเริ่มปิดตัวลง และเมื่อเราเริ่มเห็นอย่างนั้น ทิวทัศน์ของตัวเมืองจะดูเป็นอย่างไรในสายตาของนักท่องเที่ยว  ถ้าร้านค้าทุกๆ 3 ห้องต้องถูกปิดลงไป? มัน จะดูเป็นเมืองร้างครับ บางทีอาจจะมีก้อนหญ้าแห้งปลิวไปตามถนนด้วยนะ  

ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ก็คือ กัญชามีผลดีมากมายหลายอย่างสำหรับเศรษฐกิจไทย เพราะอย่างน้อยก็ได้สร้างธุรกิจเล็กๆขึ้นมาจำนวนมาก, ได้สร้างพืชอุตสาหกรรมตัวใหม่ขึ้นมาสำหรับประเทศไทย เป็นอุตสาหกรรมตัวใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาที่มีความจำเป็นมากที่สุด ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกกำลังติดลบ แต่สำหรับประเทศไทยจะยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างช้าๆแต่มั่นคง หรือไม่งั้นก็อาจจะขยับสูงขึ้นนิดหน่อย นั่นเป็นแนวโน้มด้านบวกที่สำคัญสำหรับประเทศไทย และผมคงต้องขอตั้งคำถามทั้งด้านความรอบรู้และแรงจูงใจของรัฐบาลชุดนี้ ที่อยู่ๆเพียงชั่วข้ามคืนก็กล่าวแต่เพียงฝ่ายเดียวว่า "สิ่งนี้ผิดกฎหมาย" ซึ่งในความคิดของผมแล้ว ผมคิดว่าพวกเขาไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะทำอย่างนั้นด้วยซ้ำ เพราะจะเป็นการขัดกับหลักประมวลกฎหมาย ซึ่งอยู่ภายใต้หลักการของ ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร อย่างสิ้นเชิง ซึ่งผมได้พูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่นแล้ว ที่เกินไปกว่านั้นก็คือ เรากำลังจะได้เห็นบรรดาร้านจำหน่ายกัญชาเหล่านั้นถูกผนึกปิดตาย จากการกระทำที่หุนหันพลันแล่นและโดยพละการของรัฐบาล ผมว่าในที่สุดก็จะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์พังลงไปด้วย และจะทำให้เกิดผลย้อนกลับในทางลบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะแย่ลงไปเรื่อยๆ และถ้าหากคุณอยากจะโทษใคร ก็สามารถที่จะชี้นิ้วไปที่ “พรรคร่วมรัฐบาล”ที่เหลืออยู่ตอนนี้ได้เลย เพราะขณะที่เรากำลังทำวิดีโอนี้ พวกเขาก็จะนั่งอยู่ในเก้าอี้ของตัวเองแล้วพูดแค่ว่า "เราจะบอกอย่างนี้นะ พวกคุณทำธุรกิจนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว!" แล้วก็ปิดกิจการของทุกคนลงทั้งหมด