Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawการใช้ I-601 เพื่อขอรับการยกเว้นหลังจากที่ใบคำร้องขอวีซ่า IR-1 ถูกปฏิเสธ

การใช้ I-601 เพื่อขอรับการยกเว้นหลังจากที่ใบคำร้องขอวีซ่า IR-1 ถูกปฏิเสธ

Translation of the above video, for original transcript please see: I-601 Waiver Thailand.

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วีซ่า IR-1คืออะไร วีซ่า IR-1 คือวีซ่าของญาติผู้ใกล้ชิด ซึ่งในวีดีโอเรื่องนี้ เรากำลังจะกล่าวถึงวีซ่า IR-1 ในกรณีที่ขอให้กับคู่สมรสของพลเมืองอเมริกัน  ผู้ที่ถือวีซ่าประเภท IR-1 นี้จะสามารถเทียบเคียงได้กับการได้รับสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถกต้องตามกฎหมายอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งต่างจากวีซ่า CR-1 ซึ่งเป็นวีซ่าที่มีเงื่อนไข สำหรับวีซ่าIR-1 ที่ไม่มีเงื่อนไขนั้น ก็เนื่องจากเหตุผลของระยะเวลาของการสมรสเป็นสำคัญ

วีดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงแบบคำร้องขอวีซ่าที่ได้รับการปฏิเสธ ซึ่งผมจะกล่าวจากประสบการณ์ของผมที่ทำงานกับสถานเอกอัคคราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งเป็นสถานทูตที่สำนักงานของผมติดต่อประสานงานด้วยมากที่สุด ถึงแม้บางครั้งจะมีลูกค้าที่อยู่ในประเทศอื่นด้วยก็ตาม อย่างไรก็ตามวีดีโอเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาแล้วหรือผู้ที่คิดว่าตนเองอาจจะถูกปฏิเสธคำร้องจากสถานทูตสหรัฐฯหรือสถานกงสุลแห่งอื่นๆที่อยู่นอกประเทศไทยด้วย เพราะข้อมูลในวีดีโอเรื่องนี้สามารถถือได้ว่าเป็นข้อมูลหลักทั่วไป ที่ผมได้รับจากประสบการณ์การทำงานกับสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย

การที่ถูกปฏิเสธคำร้องขอวีซ่าประเภท IR-1 ก็เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่าผู้ยื่นคำร้องไม่สมควรที่จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ อันมีเหตุตามที่กฎหมายการเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯได้กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่กงสุลที่กำลังพิจารณาคำร้องนั้น จึงจำเป็นต้องปฏิบัติต่อการตรวจพบดังกล่าวด้วยการปฏิเสธคำร้องขอวีซ่า IR-1

เหตุผลของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสหรัฐฯ มีหลากหลายเหตุผล เช่นการอยู่เกินอายุของวีซ่า การทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การประกอบอาชญากรรม การถูกตัดสินว่ากระทำผิดในคดีอาญา การค้าประเวณี หรือก่อ อาชญากรรมที่ละเมิดต่อศีลธรรมอันดี รวมทั้งการฉ้อโกงหรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เป็นต้น   สำหรับกรณีของการฉ้อโกงหรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จอาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังยื่นคำร้อง หรืออาจเป็นการตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่ที่กำลังพิจารณาคำร้องวีซ่า IR-1 นั้นๆก็ได้   และไม่ว่าจะเนื่องมาจากสาเหตุใดๆตามที่กล่าวแล้วนั้น ก็ล้วนแต่เป็นเหตุให้คำร้องขอวีซ่านั้นๆถูกปฏิเสธด้วยกันทั้งสิ้น 

แต่สิ่งที่ต้องการจะบอกจากวีดีโอเรื่องนี้คือ การถูกปฏิเสธวีซ่าไม่ได้หมายความว่าหมดหนทางเสียทีเดียว เพราะกระบวนการขอวีซ่า IR-1 ต้องใช้เวลามากพอสมควร ดังนั้นเมื่อถูกปฏิเสธวีซ่าก็อาจทำให้รู้สึกสิ้นหวัง โดยเฉพาะผู้ที่ยื่นคำร้องด้วยตัวเอง อาจจะรู้สึกว่าเสียเวลามามากแล้วยังได้รับการปฏิเสธอีก จึงรู้สึกสิ้นหวังและท้อแท้ใจ 

แต่มีความเป็นไปได้ที่ผู้ยื่นอาจจะไม่ต้องรู้สึกสิ้นหวังอีกต่อไป เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของการถูกปฏิเสธนั่นเอง ดังนั้น  การถูกปฏิเสธคำร้องจึงมีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณายกเว้น ด้วยการยื่นคำร้องตามแบบฟอร์ม I-601 เพราะใบคำร้องนี้จะถูกส่งไปพิจารณาโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานกับหน่วยงานที่เป็นผู้ปฏิเสธวีซ่า กล่าวโดยสรุปคือ เจ้าหน้าที่ในสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยที่เป็นผู้พิจารณาใบคำร้องขอวีซ่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ดังนั้น เมื่อผู้ยื่นได้รับการปฏิเสธวีซ่าและได้ยื่นใบคำร้อง I-601แล้ว เอกสารทั้งหมดจะถูกส่งไปที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ  หากใบคำร้องI-601ได้รับการพิจารณาอนุมัติ ก็สามารถอนุมานได้ว่าผู้ยื่นจะได้รับวีซ่า IR-1 ตามต้องการ และคู่สมรสคู่นั้นก็สามารถที่จะย้ายไปอยู่สหรัฐฯและใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดอ่านที่: I-601 Waiver.