Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawเหตุผลทางกฎหมายของการไม่ยอมรับและ I-601 การสละสิทธิ์ในการค้าประเวณี

เหตุผลทางกฎหมายของการไม่ยอมรับและ I-601 การสละสิทธิ์ในการค้าประเวณี

Please see English language transcript at: I-601 waiver for Prostitution.

วิดีโอวันนี้จะกล่าวถึงกรณีของการค้าประเวณีและผู้ค้าประเวณีที่ได้รับการยกเว้นจากตม. ของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติและการเข้าเมือง มาตรา  212– A–D ว่า “ชาวต่างชาติที่ค้าประเวณีหรือมีส่วนพัวพัน หรือพยายามที่จะเข้าไปพัวพันกับการค้าประเวณี รวมทั้งเป็นผู้จัดหาโสเภณีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งผู้ที่พยายามเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีในอนาคต จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ” ซึ่ง ในบางกรณี อาจมีข้อยกเว้นภายใต้กฎหมายว่าด้วยสัญชาติและการเข้าเมือง มาตรา INA 212(h)  สำหรับผู้เข้าเมืองถาวร และตามมาตรา INA 212 (d)(3) สำหรับผู้เข้าเมืองชั่วคราว

สิ่งแรกที่ควรรับทราบคือการค้าประเวณีเป็นประเด็นสำคัญที่พบบ่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศที่มีความอ่อนด้อยทางเศรษฐกิจ แต่ประเด็นหลักของกฎหมายข้อนี้คือ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องไม่ทำงานด้านการค้าประเวณีมาเป็นเวลา 10 ปีก่อนการยื่นเรื่องขออาศัยอยู่ในสหรัฐฯอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  (ยกตัว อย่างเช่นถ้าเคยทำงานด้านนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้วและมาขอวีซ่าตอนนี้จะไม่ถือเป็นเหตุผลในการไม่อนุญาตให้เข้าสหรัฐฯเพราะกฎหมายระบุไว้ว่าจะต้องยกเว้นการค้าประเวณีเป็นเวลา 10 ปี) 

นอกจากนี้ข้อยกเว้นจะระบุเพิ่มเติมว่า “หากมีความคิดที่จะให้บริการด้านนี้ต่อในอนาคต” ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ ซึ่งสิ่งนี้พิสูจน์ยาก แต่จะเป็นประเด็นสำคัญต่อคู่หมั้นหรือคู่สมรสชาวอเมริกันเพราะ การไม่อนุญาตให้นำคู่หมั้นหรือคู่สมรสชาวต่างชาติเข้าประเทศ อาจมีผลให้ความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสบังเกิดขึ้นกับพลเมืองสหรัฐฯหรือผู้มีถิ่นฐานถาวรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะพลเมืองอเมริกันจะต้องมีสองครัวเรือนซึ่งจะสิ้นเปลืองมาก ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วเป็นการยากมาก เพราะเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามหลักนิติศาสตร์อย่างเคร่งครัด แต่หากสามารถพิสูจน์ได้  กรณีของการ “มีความคิดที่จะให้บริการด้านนี้ต่อในอนาคต” ก็จะได้รับการยกเว้นจากการห้ามเข้าประเทศสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องแสดงให้เห็นด้วยว่า ตนได้แก้ไขปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมดของตนโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวแล้วอย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งจะต้องอาศัยการมีหลักฐานข้อเท็จจริงมาประกอบการพิจารณาอย่างมากจากทั้งผู้ยื่นคำร้อง ผู้รับผลประโยชน์ หรือ พลเมืองสหรัฐฯที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำร้องจะไม่กลับไปดำเนินตามพฤติกรรมเดิมเมื่อเข้ามาอยู่ในสหรัฐแล้ว