Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawผลกระทบของการทุจริตการสมรสในบริบทการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา

ผลกระทบของการทุจริตการสมรสในบริบทการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา

Please see English language transcript at: Immigration Fraud.

วีดีโอเรื่องนี้จะพูดถึง“การสมรสที่ฉ้อฉล” หรือ ”การแต่งงานปลอมๆ” ในแง่ของกระบวนการของการเข้าเมืองของสหรัฐฯ เหตุที่นำเรื่องนี้มากล่าวเนื่องจากสำนักงานมีการดำเนินการเรื่องวีซ่าครอบครัวบ่อยครั้ง เราได้พบเห็นกรณีต่างๆในการยื่นคำร้องขอทำวีซ่าคู่สมรสและ วีซ่าคู่หมั้น รวมทั้งกรณีบุตรของพลเมืองอเมริกัน กรณีของผู้พำนักอาศัยถาวรอย่างถูกกฎหมาย หรือกรณีของบุตรบุญธรรมของพลเมืองอเมริกันด้วย  

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวในเว็บไซต์ uscis.gov ของ USCIS ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2018 พาดหัวข่าวว่า “USCIS มีบทบาทสำคัญในการจับกุมดำเนินคดีต่อผู้ที่ทำการสมรสในลักษณะฉ้อฉลที่ไมอามี่” รายละเอียดมีอยู่ว่า “เจ้าหน้าที่ USCIS ได้ทำการสืบสวน และเข้าจับกุมดำเนินคดีต่อชายชาวจาไมก้าที่ได้แต่งงานในลักษณะฉ้อฉลมาเป็นเวลาหลายปีเพื่อสิทธิประโยชน์และการปรับสถานะเป็นพลเมืองอเมริกันโดยเมื่อ 25 เมษายน  2018 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมดำเนินคดี ชายชาวจาไมก้า ในข้อหา จัดหาสัญชาติหรือทำการแปลงสัญชาติอย่างผิดกฎหมาย ตามกฎหมายสหรัฐฯ มาตรา 1425(a) หัวข้อที่ 18 และข้อหาการใช้สิทธิจากสัญชาติหรือจากการแปลงสัญชาติโดยมิชอบ ตามกฎหมายสหรัฐฯ มาตรา 1423 หัวข้อที่ 18 รูปการณ์ของคดีก็คือ ในปี 2007 ชายชาวจาไมก้า ได้จัดงานแต่งงานปลอมๆกับหญิงชาวอเมริกัน โดยได้จ้างหญิงชาวสหรัฐฯ ด้วยเงินราวๆ 8,000 ถึง 10,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้เขาได้รับสิทธิพำนักอาศัยในสหรัฐฯ และมีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการขอปรับสถานะเป็นพลเมืองของสหรัฐฯ ต่อมาในปี 2013 เขาจึงได้รับสัญชาติอเมริกันอันเป็นผลจากการแต่งงานปลอมๆนั้น  จากนั้น สองเดือนหลังจากที่ได้รับหนังสือเดินทางสหรัฐฯ เขาได้หย่าขาดจากภรรยาที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ และหลังจากนั้นไม่นานเขาได้ทำการสมรสใหม่กับหญิงชาวจาไมก้าซึ่งเป็นมารดาของบุตรตัวเอง และต่อมาเขาได้ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ภรรยาได้เป็นผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมาย”

ผมทราบว่าลูกค้าของสำนักงานไม่ได้มีการสมรสที่ฉ้อฉล แต่เหตุผลที่นำเรื่องนี้มาเล่าเป็นเพราะมีหลายคนที่ชอบกล่าวว่า “ถ้าอยากได้กรีนคาร์ด ก็เพียงแค่สมรสกับพลเมืองอเมริกันสักคนก็ได้แล้ว” ผู้ที่พูดจาแบบนี้คือผู้ที่ พูดโดยไม่รู้จริง หรือพูดด้วยด้วยความตลกคะนอง หรือพูดด้วยความโง่เขลา ซึ่งในความเป็นจริงนั้น  การสมรสที่เกิดขึ้นต้องเป็นการสมรสที่มีความสัมพันธ์ที่แท้จริงเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการเข้าเมือง  

อีกเหตุผลหนึ่งที่นำเรื่องนี้มาเล่า เป็นเพราะต้องการให้เห็นว่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยงานมีความสามารถมากและเจ้าหน้าที่จะมองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก  เพราะฉะนั้นถึงแม้จะมีหลายคนคิดว่าสามารถโกงระบบได้ง่ายๆ  แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการใช้กลไกของระบบที่ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ในทางที่ผิด อาจมีผลกระทบต่อผู้ที่อยู่ในระบบอย่างถูกต้อง หรือมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องและยังถือเป็นคดีอาญาอีกด้วยแม้จะเพียงแค่โกหกเล็กๆน้อยๆก็ตาม

โดยสรุปแล้ว หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง มีเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด มีงบประมาณรองรับ เพียงแค่รู้สึกว่า มีสภาพแวดล้อมแปลกๆที่น่าสงสัยเกิดขึ้น เขาจะลงมือสืบสวนกรณีนั้นๆอย่างละเอียด ดังนั้น พึงระลึกไว้เสมอว่า ในกรณีที่จะทำวีซ่าถาวรต้องไม่โกหกหรือหลอกลวง  เพราะคดีประเภทนี้ ถือเป็นคดีที่ร้ายแรงและจะได้รับการลงโทษอย่างหนัก