Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawวีซ่า K-1 (ประเทศคู่หมั้น) ไม่สามารถใช้แทนวีซ่านักท่องเที่ยวของสหรัฐฯ ได้

วีซ่า K-1 (ประเทศคู่หมั้น) ไม่สามารถใช้แทนวีซ่านักท่องเที่ยวของสหรัฐฯ ได้

Translation of the above video, for English transcript please see: K1 visa.

วิดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงวีซ่า K-1 (ประเภทคู่หมั้น) ควบคู่ไปกับวีซ่านักท่องเที่ยว (วีซ่าประเภท B1/B2)

สิ่งที่ผมจะกล่าวคือ มีหลายคนเข้าใจผิดและมีหลายคนที่เคยลงความคิดเห็นใน YouTube ว่า  ”การที่หญิงไทยที่ยังไม่ได้สมรสจะทำวีซ่านักท่องเที่ยวของสหรัฐฯ นั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก ดังนั้น อีกทางเลือกคือการทำวีซ่าคู่หมั้น”  ซึ่งในความเป็นจริง เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเลย 

ผมเคยเห็นหลายกรณีที่พลเมืองอเมริกันต้องการที่จะพาคู่รักไปเยี่ยมสหรัฐฯ ก่อนที่จะวางแผนการสมรส แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ระบุไว้ในหมวด 214(b) ของ พรบ. การเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Nationality Act)  การทำวีซ่านักท่องเที่ยวจึงยากพอสมควร โดยเฉพาะถ้าผู้ยื่นคำร้องเป็นหญิงไทยที่ยังไม่ได้สมรส  ผมกล้าบอกต่อด้วยว่า ในหลายกรณีการยื่นคำร้องจะเป็นการเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละกรณีจะแตกต่างกันและหากมีใครต้องการที่จะขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางสำนักงานยินดีให้คำแนะนำ แต่การที่มีคนกล่าวใน YouTube ว่าการทำวีซ่า K-1 (ประเภทคู่หมั้น) เป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุดและมีความคล้ายคลึงกับวีซ่านักท่องเที่ยวนั้น ไม่เป็นความจริงทีเดียว เพราะผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วยวีซ่า K-1 ต้องมีความตั้งใจที่จะสมรสกับพลเมืองอเมริกันในสหรัฐฯ  และถึงแม้วีซ่า K-1 จะมีลักษณะเฉพาะคือเป็นทั้งวีซ่าชั่วคราวและวีซ่าถาวร แต่หากคู่นั้นไม่ทำการสมรส ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ผู้ที่ถือวีซ่า K-1 จะต้องเดินทางออกจากสหรัฐฯ ภายใน 90 วันนับจากวันที่เดินทางไปถึงก็ได้ 

ดังนั้น สิ่งที่อยากจะบอกในวิดีโอเรื่องนี้คือ วีซ่า K-1 ไม่สามารถใช้แทนวีซ่านักท่องเที่ยวได้เพราะผู้ที่ถือวีซ่า K-1 จำเป็นต้องมีความตั้งใจที่จะแต่งงานกันจริงๆ ต่อเมื่อผู้นั้นได้เดิน ทางเข้าไปอยู่ที่สหรัฐฯ แล้วรวมทั้งได้แต่งงานกันจริง และมีความตั้งใจที่จะพำนักอาศัยอยู่ในสหรัฐฯต่อไป เขาหรือเธอผู้นั้นก็มีความจำเป็นต้องยื่นขอเปลี่ยนสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป ผมเคยพบหลายกรณีที่ ทั้งคู่มีความตั้งใจที่จะแต่งงานกันจริงๆ เพียงแต่ต้องการที่จะพาคู่รักไปเที่ยวสหรัฐฯก่อน เพื่อดูว่าจะสามารถปรับตัวพำนักอาศัยในสภาพแวดล้อมใหม่นี้ได้จริงหรือไม่ จึงขอทำแค่วีซ่านักท่องเที่ยวแต่เมื่อได้รับการปฏิเสธวีซ่านักท่องเที่ยว เขาก็จะหันมาพยายามทำวีซ่า K-1 (ประเภทคู่หมั้น) ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด แต่วิธีดังกล่าวอาจจะมีหรืออาจจะไม่มีผลกระทบกับการขอวีซ่า K-1ด้วย ก็ได้ สิ่งที่ผมอยากจะบอกเป็นข้อเตือนใจก็คือ วีซ่านักท่องเที่ยวไม่ใช่วีซ่าที่จะใช้แทนวีซ่า K-1 ได้ เพราะเป็นวีซ่าคนละชนิดกัน และวีซ่า K-1 เป็นวีซ่าที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือเป็นวีซ่าถาวรที่ผู้ถือจะต้องมีความตั้งใจจริงที่จะทำการสมรสกับพลเมืองอเมริกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะนำมาใช้เพื่อทดแทนวีซ่านักท่องเที่ยวแต่อย่างใด

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดอ่านที่: วีซ่า K1