Legal Services & Resources
Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.
Contact us: +66 2-266 3698
การขอปรับสถานะของผู้ที่ถือวีซ่า K-1 ตามประกาศของคณะผู้บริหารของ Trump
For the English transcript of this video, please go to the following link:
วีดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงวีซ่า K- 1 ประเภทคู่หมั้นและการปรับสถานะหลังจากที่มีการประกาศโดยฝ่ายบริหารของ Trump
ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการประกาศดังกล่าว ผมขอชี้แจงให้ทราบว่า ใครก็ตามที่ต้องการที่จะพาคู่หมั้นจากประเทศไทยเดินทางเข้าสหรัฐฯแลพำนักอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ จะต้องผ่านขั้นตอนที่เรียกว่าว่าการปรับสถานะไปเป็นผู้ถือ Green Card พูดง่ายๆก็คือ ถ้าคุณมีคู่หมั้นและคุณต้องการพาคู่หมั้นไปสหรัฐฯ คุณจะมีสามารถอยู่ในสหรัฐฯอย่างถูกกฎหมายเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งในระหว่างนั้นคุณทั้งสองจะต้องทำการสมรสและยื่นคำร้องเพื่อขอสถานะของผู้ถือ Green Card ซึ่งเรียกว่าการขอปรับสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในสถานการณ์แบบนี้ มันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นนอน แต่ในช่วงที่กำลังรอปรับสถานะ ชาวต่างชาติผู้นั้นถือว่ามีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย มันมักจะมีความคลาดเคลื่อนกันอยู่นิดหน่อย ประมาณว่า ถ้าหากคุณสมรสภายใน 90 วัน แต่ขั้นตอนการขอปรับสถานะของคุณยังไม่เรียบร้อย คุณจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน? ที่ทำๆกันมาก็คือ ทางเจ้าหน้าที่จะมองว่า คุณได้ทำการสมรสเสร็จภายใน 90 วันแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่ว่ากัน เราจะยืดหยุ่นให้พวกเขาอีกหน่อย พวกเขาจะมีสถานะเป็นผู้อยู่ระหว่างดำเนินการขอปรับสถานะ กล่าวได้ว่า คณะฝ่ายบริหารชุดใหม่นี้เริ่มที่จะเข้มงวดในเรื่องการตีความของกฎหมายการเข้าเมืองและการบังคับใช้กฎหมาย
ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้หลังจากที่ผมได้อ่านบทความจากหนังสือพิมพ์ Associated Press, apnews.com, บทความชื่อว่า: Trump Administration is reviewing all 55 million foreigners with US Visas for any violations. ฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังพิจารณาชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าสหรัฐจำนวน 55 ล้านคนว่ามีการละเมิดกฎหมายหรือไม่ ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: "ฝ่ายบริหารของ Trump ได้กล่าวในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า กำลังมีการตรวจสอบชาวต่างชาติ 55 ล้านคนที่ถือวีซ่าสหรัฐฯว่า ได้ทำมีการกระทำที่ละเมิดกฎหมายอะไรหรือไม่ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเนรเทศต่อไป การกระทำนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามที่เพิ่มมากขึ้นต่อชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้จะเดินทางเข้าสหรัฐฯได้" คำตอบที่ได้รับเมื่อเร็วนี้ตามที่หนังสือพิมพ์ Associated Press ได้ถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้รับคำตอบว่า "ผู้ถือวีซ่าสหรัฐฯทุกคน"–ซึ่งต้องขอย้ำว่าคำตอบนี้มาจากกระทรวงการต่างประเทศครับ ไม่ได้มาจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าคำตอบนี้ น่าจะมีน้ำหนักมาก แต่ในที่สุดแล้ว กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิก็จะเป็นผู้ทำเรื่องนี้เป็นการภายใน ผมว่าสิ่งนี้สำคัญ-กล่าวต่อ: “ซึ่งจะรวมถึงนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ ที่จะต้องพบกับ “การตรวจสอบประวัติอย่างต่อเนื่อง" เพื่อมุ่งหาสิ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศหรือพำนักอยู่ในสหรัฐฯได้ ถ้าหากพบข้อมูลดังกล่าว วีซ่าจะถูกเพิกถอนทันทีและถ้าผู้ถือวีซ่ายังอยู่ในสหรัฐฯพวกเขาหรือเธอก็จะถูกเนรเทศต่อไป" ก็สรุปได้แบบนี้ครับว่า ต่อไปนี้ก็จะมีการตรวจสอบประวัติอย่างต่อเนื่องแบบนี้ อันจะนำไปสู่การตรวจสอบที่เข้มงวดมากกว่าเดิม
แปลว่าอะไรครับ? พูดง่ายๆก็คือ ต้องหมั่นตรวจสอบวีซ่า K-1 ของคุณ อย่างแรกคือ ต้องแน่ใจได้ว่าไม่อยู่เกินระยะเวลาของวีซ่า และทำการสมรสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจากเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากนั้นให้ยื่นคำร้องขอปรับสถานะให้เร็วที่สุดด้วย เพื่อไม่ให้มีประเด็นอะไรเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ต้องระลึกไว้ก็คือ ในขณะที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอปรับสถานะ ชาวต่างชาติผู้นั้นจะไม่ถูกพิจารณาว่าเป็นผู้ไม่มีสถานะที่ถูกต้องนะครับ
