Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawการเปลี่ยนวีซ่า K-1 เป็นกรีนการ์ด : การกำหนดให้มีการสัมภาษณ์เป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าหรือไม่?

การเปลี่ยนวีซ่า K-1 เป็นกรีนการ์ด : การกำหนดให้มีการสัมภาษณ์เป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าหรือไม่?

Translation of the above video, for original transcript please see: K1 visa delay.

วีดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงวีซ่า K-1 (ประเภทคู่หมั้น) และกระบวนการของการเปลี่ยนวีซ่าเป็นกรีนการ์ด หรือเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐฯ

เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้อ่าน บล็อก ในเว็บไวท์ของ  thinkimmigration.org เขียนโดย Jason Boyd เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2019 ซึ่งค่อนข้างจะแหลมคม หัวข้อว่า USCIS ยอมรับว่านโยบายของสำนักงานนี้มีผลต่อความล่าช้าของกระบวนการ ซึ่งผมขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปอ่านบล็อคนี้เพราะเป็นบทความที่มีความแหลมคมและมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาพรวมของกระบวนการเข้าเมืองของสหรัฐฯมากกว่าที่ผมจะพูดในวิดีโอนี้

ผมขอยกเอาข้อความในบล็อคบางส่วนมาพูดคือ "ตามที่ AILA ได้เน้นย้ำคือการสัมภาษณ์เป็นรายบุคคลไม่เพียงแต่ทำทำให้กระบวนการล่าช้าเท่านั้น แต่ยังไม่มีความจำเป็นอีกด้วย ภายใต้นโยบายเดิม ซึ่งกำหนดว่า เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ที่จะใช้ดุลพินิจในการที่จะสัมภาษณ์เป็นบางราย เช่นในกรณีที่ใบคำร้องมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการหลอดลวง/ฉ้อโกง หรือมีประเด็นกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติเป็นต้น แต่นโยบายปัจจุบันได้ระบุอย่างชัดเจนว่าต้องสัมภาษณ์ทุกคน ซึ่งทำให้จำนวนทรัพยากรบุคคลในสำนักงานที่ควรที่จะไปดูแลงานที่คั่งค้างอยู่ลดลง นอกจากนั้น ยังมีข้อความที่ระบุอีกด้วยว่า “นี่เป็นเรื่องวิกฟตเลยทีเดียว ซึ่ง USCIS เองก็ยอมรับอย่างโจ่งแจ้งทั้งสองประเด็นว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายทำให้ความล่าช้าของการดำเนินการมีความรุนแรงมากขึ้น และการแชร์ข้อมูลข่าวสารก็ล่าช้าอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน"  

สรุปได้ว่า USCIS เองก็ยอมรับว่าเป็นเพราะนโยบายของ USCIS เองที่ทำให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการของการยื่นวีซ่า แท้จริงแล้ว USCIS ไม่ได้มีหน้าที่เพียงตรวจคำร้องให้ผ่านให้เร็วที่สุด ในความเป็นจริง เจ้าหน้าที่เหล่านี้ทำหน้าที่วินิจฉัยใบคำร้อง แต่ในขณะเดียวกัน มีหน้าที่ต้องตรวจและคัดกรองให้แน่ใจว่า ไม่มีบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหลุดรอดเข้ามาอีกด้วย   สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจคือ การสัมภาษณ์ในกระบวนการของวีซ่า K-1 (ประเภทคู่หมั้น) ในกรณีที่คู่หมั้นกำลังจะปรับสถานะจากวีซ่า K-1 เป็น กรีนการ์ดหรือผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น การสัมภาษณ์อาจทำให้การอนุมัติล่าช้าขึ้นได้ ดังนั้นหาก USCIS ต้องการเพิ่มการสัมภาษณ์เข้าไว้ในกระบวนการของการปรับสถานะอีกด้วย ก็จะเป็นเหตุทำให้การขอปรับสถานะจาก K-1 เป็นผู้ถือกรีนการ์ดทุกรายจะต้องช้าลงแน่นอน

สำหรับงานของสำนักงานผม ผมยังไม่พบปัญหานี้ ซึ่งคงเป็นเพราะงานที่ผมทำส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวกับการปรับสถานะจากวีซ่า K-1 เป็นกรีนการ์ด เนื่องสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แม้ในบางกรณีอาจให้ความช่วยเหลือบางครั้ง  แต่โดยทั่วไปแล้วจะทำงานเกี่ยวกับคดีต่างๆที่เกิดในกรุงเทพฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

โดยสรุป ในวีดีโอเรื่องนี้ ผมเพียงต้องการเล่าให้ฟังว่าการตรวจคำร้องของ USCIS ที่ต้องการให้เพิ่มการสัมภาษณ์เข้าไปด้วยนั้น ก็จะส่งผลให้ทุกคำร้องมีความล่าช้าเกิดขึ้น ดังนั้น ขอแนะนำว่า ผู้ที่จะยื่นคำร้องควรยื่นไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้เข้าสู่คิวของการพิจารณาได้เร็วขึ้น และเผื่อเวลาไว้สำหรับการสัมภาษณ์ที่อาจมีขึ้นด้วย เพราะจะเห็นได้ว่า ถ้าหากต้องมีการสัมภาษณ์ทุกรายก็จะมีผลกระทบกับกระบวนการของการเปลี่ยนสถานะจากวีซ่า K-1 (ประเทศคู่หมั้น) เป็นกรีนการ์ดอย่างแน่นอน