Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal Services & Resources 

Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.

Contact us: +66 2-266 3698

[email protected]

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawขั้นตอนวีซ่า K-1: อัตลักษณ์ของผู้ยื่นคำร้อง

ขั้นตอนวีซ่า K-1: อัตลักษณ์ของผู้ยื่นคำร้อง

For the English transcript of this video, please go to the following link:

https://www.legal.co.th/resources/visa-immigration-law/us-immigration-law/k-1-visa-processing-petitioner-biometrics/

วีดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนของวีซ่า K-1 สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ พลเมืองอเมริกันสามารถที่จะแสวงหาสิทธิประโยชน์ในการเข้าเมืองให้กับคู่หมั้นที่เป็นชาวต่างชาติได้ ซึ่งในสำนักงานของเรา บ่อยครั้งที่เราจะให้ความช่วยเหลือต่อคู่หมั้นชาวไทยของคนอเมริกัน บางทีก็เป็นชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวหรือเป็นคนที่ทำงานในภูมิภาคแถบนี้แล้วมาพบรัก ซึ่งบ่อยครั้งคู่หมั้นจะเป็นผู้ที่ถือสัญชาติไทย โดยเราได้ให้ความช่วยเหลือในการขอวีซ่า K-1 เพื่อเดินทางกลับสหรัฐฯ

เมื่อเร็วๆนี้ ผมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็รอฟังว่าจะมีผลกระทบเพิ่มเติมหรือไม่ กับคณะผู้บริหารชุดใหม่นี้ ตั้งแต่ฝ่ายบริหารของ Trump เข้ามาทำงาน-พูดกันตามตรง ผมเห็นด้วยกับจุดยืนของทรัมป์ที่เกี่ยวกับการเข้าเมืองที่ผิดกฎหมายนะครับ–แต่สิ่งที่ผมมีปัญหามากจริงๆก็คือวิธีการทำงานของคณะผู้บริหารทั้งในยุคแรกและยุคปัจจุบัน ในบางแง่มุมที่พวกเขามีต่อผู้เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งในความเห็นของผม ถ้าเป็นผู้เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย ก็ควรจะปล่อยไป; คือให้พวกเขาผ่านเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แล้วก็ให้ผ่านไปได้เลย 

อย่างไรก็ตาม ผมเข้าใจว่าในสหรัฐฯตอนนี้ โดยเฉพาะในเรื่องการเข้าเมือง รู้สึกจะไม่เป็นมิตรเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย เป็นสิ่งที่ดีสำหรับสหรัฐฯ อย่างหนึ่งที่ผมพบเห็นเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ไม่เห็นมาราวๆ 15 ปีหรืออาจจะมากกว่า ก็คือมีการขอตรวจอัตลักษณ์ของผู้ที่ยื่นคำร้องสำหรับวีซ่า K-1 ซึ่งผมไม่ได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น ตั้งแต่สมัยที่เรามีสำนักงานของ USCIS ในกรุงเทพฯ แต่เมื่อเร็วๆนี้ ผมก็ได้เห็นอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่ผมสงสัยก็คือ นี่เป็นความพยายามที่จะสร้างอุปสรรคให้กับผู้ที่ต้องการที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของวีซ่า K-1 หรือไม่ ครับ สิ่งนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าหากผู้ยื่นมีประวัติอาชญากรรม หรืออาจจะไม่มีประวัติว่าได้รับการลงโทษแต่มีประวัติการถูกจับกุม หรือประวัติของผู้ยื่นคำร้องมีปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลของตำรวจ แบบนี้รับประกันได้เลยทางเจ้าหน้าที่จะพูดว่า "เราต้องการตรวจสอบอัตลักษณ์, เราต้องการลายนิ้วมือเพื่อที่จะตรวจสอบภูมิหลังของผู้ยื่นคำร้อง" สถานการณ์แบบนี้ก็คงไม่ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการที่จะจัดการกับขั้นตอนของเค้สแบบนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ากรณีแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ คำถามของผมก็คือมันจำเป็นขนาดนั้นจริงหรือ? โดยเฉพาะเมื่อคุณเข้าใจถึงระบบหรือกลไกของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ผมมีคำถามที่จริงจังมากว่า พวกเจ้าหน้าที่ไม่รู้เลยหรือว่าผู้คนเหล่านั้นเป็นใครและมีประวัติภูมิหลังอย่างไร ผมจึงมักจะมีข้อสงสัยว่า นี่เป็นความตั้งใจของฝ่ายบริหารชุดปัจจุบันหรือไม่ ที่จะเพิ่มข้อกำหนดบางอย่างเข้าไป และถ้าคุณไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนด พวกเขาก็สามารถที่จะปิดเค้สได้เลย; มันเป็นความตั้งใจอย่างนั้นหรือเปล่า ถึงจะว่างั้นก็เถอะ ก็เป็นเพียงข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนของวีซ่า K-1 

สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะยื่นคำร้องขอวีซ่า K-1 เพื่อพาคู่หมั้นเดินทางไปที่สหรัฐฯ ต้องเข้าใจว่าหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ภายใต้ฝ่ายบริหารชุดนี้มันไม่ใช่ ผมพูดอย่างนี้ก็แล้วกัน มันไม่ได้ง่ายขึ้นเลย หากใครที่มีความกังวลเกี่ยวกับขั้นตอน ก็คงไม่ใช่ความคิดที่เลวร้ายที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายเพื่อที่จะขอมุมมองและแนวทางว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรจึงจะดีที่สุด