Legal Services & Resources
Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.
Contact us: +66 2-266 3698
วีซ่า K-3, CR-1 และ IR-1 จากประเทศไทย: การเปลี่ยนนามสกุลหลังการสมรส
For the English transcript of the above video, please go to the following link:
วีดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงการเปลี่ยนนามสกุลหลังการสมรสในบริบทที่เกี่ยวกับวีซ่าถาวรประเภทคู่สมรสและวีซ่าชั่วคราว K-3 ประเภทคู่สมรสสำหรับวีดีโอเรื่องนี้ ต้องทำความเข้าใจว่าจะมีการยื่นคำร้องขอวีซ่า K-3 ประเภทคู่สมรสน้อยมาก แต่เป็นคำที่คนชอบเรียกแบบง่ายๆว่าเป็นวีซ่าคู่สมรส แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนทั่วไปจะยื่นคำร้องเพื่อขอวีซ่า CR-1 หรือ IR-1 มากกว่า เพราะวีซ่าสองประเภทนั้นคือ วีซ่ามาตรฐานดั้งเดิมของวีซ่าคู่สมรส
ว่าแต่ว่า ตัววีซ่าไม่ใช่ประเด็นที่จะพูดถึงของวีดีโอนี้ แต่จะพูดถึงการเปลี่ยนชื่อสกุลอันเป็นผลจากการสมรส เรากำลังคุยเรื่องอะไรอยู่? คุณสามารถที่จะสมรสในประเทศไทยได้ แต่นามสกุลของคุณไม่ได้เปลี่ยนตามสามีโดยอัตโนมัตินะครับ ตอนนี้ภายใต้ระบบกฎหมายแบบจารีตประเพณีของสหรัฐฯรวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ มันเกิดขึ้นได้ มันเป็นกลไกที่เป็นไปโดยอัตโนมัติในระบบกฎหมายแบบจารีตประเพณีของสหรัฐฯ ดังนั้นถ้าเข้าประเทศในสถานะของผู้เข้าเมือง แม้ว่าคู่สมรสที่เป็นคนไทยจะยังคงใช้นามสกุลเดิมในเอกสาร แต่ตามธรรมเนียมของสหรัฐฯ ภรรยาก็จะถูกเรียกว่าเป็น นาง Bob Smith หรือจะอะไรก็แล้วแต่ตามชื่อนามสกุลของสามี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติภายใต้กฎหมายจารีตประเพณี แต่บางทีก็อาจจะสร้างความสับสนและความอกสั่นขวัญแขวนอย่างมากให้กับหลายคน เพราะไม่เข้าใจว่ามันเป็นแค่การเรียกตามมารยาทเท่านั้น
ประเด็นที่ผมทำวีดีโอนี้ ซึ่งผมทำวีดีโอไว้อีกม้วนหนึ่งพร้อมๆกับเรื่องนี้แต่จะว่าด้วยเรื่องวีซ่า K-1 ประเภทคู่หมั้น, การปรับสถานะเป็นกรีนการ์ด, และการเปลี่ยนนามสกุล ซึ่งถ้าจะวิเคราะห์ในประเด็นนั้น คำแนะนำของผมคือ อย่าเพิ่งเปลี่ยนอะไรโดยเฉพาะนามสกุลจนกว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนของการได้รับกรีนคาร์ด จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนนามสกุล เพราะในช่วงนั้นคุณจะต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากวุ่นวายมากอยู่แล้ว ถ้าไปเปลี่ยนนามสกุลตอนนั้นก็จะเป็นการเพิ่มขั้นตอนเข้าไปอีก นอกจากนี้ คุณก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนนามสกุลก่อนสมรสได้อีกด้วย–แต่ถ้าหากคุณสมรสก่อนที่จะขอวีซ่าถาวร–ซึ่งผมเคยพูดไว้แล้วในวีดีโอเรื่องอื่นว่า การสมรสก่อนที่จะขอวีซ่าถาวรคุณจะต้องทราบรายละเอียดปลีกย่อยของการสมรสในประเทศไทยและต้องทราบว่าจะส่งผลให้เกิดอะไรบ้าง–ในปัจจุบันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึง 6 สัปดาห์ นอกจากนั้น ค่าใช้จ่ายในการยื่นคำร้องทำวีซ่าประเภทคู่สมรสก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เพราะขั้นตอนจะยาวนานกว่าและมีรายละเอียดมากกว่า เพราะชาวต่างชาติผู้นั้นจะเดินทางเข้าสหรัฐฯในสถานะของผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมายเมื่อเปรียบเทียบกับวีซ่าคู่หมั้น ซึ่งเดินทางเข้าสหรัฐฯด้วยวีซ่าชั่วคราว แล้วค่อยไปทำการปรับสถานะให้เป็นผู้ถือกรีนคาร์ดในสหรัฐฯ อีกประเด็นหนึ่งคือ ทางหน่วยงานเข้าเมืองของสหรัฐฯ จะมองกรณีของวีซ่าคู่หมั้นว่า สามารถที่จะปล่อยให้ผ่านไปก่อนได้เพราะยังมีโอกาสที่จะตรวจสอบประวัติของบุคคลผู้นั้นอีกครั้งในตอนที่ยื่นขอปรับสถานะ แต่ในกรณีของวีซ่าคู่สมรส เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะมีโอกาสศึกษาและตรวจประวัติของผู้นั้นเพียงครั้งเดียว จึงใช้เวลานานกว่า
ประเด็นของวีดีโอเรื่องนี้คือ ถ้าหากุณจะเปลี่ยนนามสกุล ก็ให้ทำเสียก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการเข้าเมือง ซึ่งคุณสามารถจะเปลี่ยนในประเทศไทยได้เลยให้เป็นชื่อตามสามีหลังจากที่คุณได้จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อใดก็ตามที่เข้าสู่กระบวนการเข้าเมืองของสหรัฐฯ การเปลี่ยนนามสกุลในตอนนั้นจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนเข้าไปอีกมาก และยังเป็นการเพิ่มปัญหาเข้าไปด้วย ซึ่งคุณไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นแน่ เพราะฉะนั้น หากเป็นในกรณีของวีซ่าคู่หมั้น ก็ให้ทำหลังจากทำวีซ่าแล้ว แต่ถ้าเป็นกรณีของวีซ่าคู่สมรส ให้ทำหลังจากที่คุณทำการสมรสแล้วแต่ต้องทำก่อนจะขอรับสิทธิประโยชน์จากการเข้าเมือง โดยปกติแล้วมันเป็นความคิดที่ดีกว่า ในการที่จะเปลี่ยนนามสกุลในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ใช่หลังจากที่คุณยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ในการเข้าสหรัฐฯ
