Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawวีซ่านักลงทุน - การนำหลักฐานมาพิสูจน์ว่าเงินทุนมาจัดมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วีซ่านักลงทุน - การนำหลักฐานมาพิสูจน์ว่าเงินทุนมาจัดมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

Translation of the above video. To see the transcript in English please see US Investor Visas: Proving Legitimate Source of Funds.

วีซ่านักลงทุน - การนำหลักฐานมาพิสูจน์ว่าเงินทุนมาจัดมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เคยได้ทำวีดีโอเรื่องวีซ่าต่างๆที่เรียกว่าเป็นวีซ่าผู้ลงทุน (Investor Visas)  เช่นวีซ่า EB-5 (ประเภทนักลงทุน)ที่จะเป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ลงทุนโดยตรงในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯและยังมีผลดีอย่างหนึ่งคืออนุญาตให้รับสถานะกรีนคาร์ดระยะยาวหรือเป็นผู้อาศัยอยู่ถาวร ส่วนวีซ่าลงทุนประเภทอื่นเช่นวีซ่า E-2 (ประเภทนักลงทุน) จะอนุญาตให้ผู้ถือเดินทางเข้าสหรัฐฯและอยู่สหรัฐฯเพื่อดำเนินธุรกิจ วีซ่า E-2 จะไม่ได้ให้สิทธิ์เทียบเท่ากับ EB-5 โดยเฉพาะด้านการอยู่ถาวรอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่เป็นการอนุญาตให้ผู้ถืออาศัอยู่ในสหรัฐฯเป็นระยะเวลานาน และได้รับอนุญาตทำงานเฉพาะที่ได้ระบุไว้ แต่ ไม่ว่าจะใช้วีซ่าลงทุนประเภทใดก็ตาม ปัญหาหลักคือการแสดงหลักฐานของแหล่งของทุนที่จะนำเข้ามาใช้ในการลงทุน

ผมจะไม่ลงลึกถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวีซ่าประเภทการลงทุน แต่จะเพียงอธิบายกว้างๆก่อน สิ่งแรกคือต้องมีแผนธุรกิจ ต้องมีเหตุผลที่จะมาลงทุนในสหรัฐฯและถ้าเป็นวีซ่า E-2 โดยปกติจะใช้กับธุรกิจขนาดเล็ก ส่วน วีซ่า EB-5 ใช้ได้ในหลายด้าน และเงินที่จะใช้ในการลงทุนจะเป็นปริมาณเท่าใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม วันนี้จะไม่พูดถึงเหตุผลในการลงทุนแต่จะพูดถึงแหล่งเงินที่จะนำไปลงทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญพอสมควร กล่าวได้ว่าในสหรัฐฯรัฐบาลมีกฎ มีระเบียบ (โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภุมิ) ที่จะต้องมั่นใจเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุนที่จะนำมาลงทุน เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุนเหล่านั้นไม่ได้มาจากแหล่งที่ผิดจริยธรรมหรือผิดกฎหมาย ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการขอวีซ่าการลงทุนที่สหรัฐฯ คือแหล่งที่มาของเงินลงทุนนั่นเอง

ทางบริษัท เคยได้จัดการเรื่องคดีแบบนี้มาหลายเรื่อง ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งเงินสด มากกว่าสหรัฐฯและมากกว่าประเทศอื่นอีกหลายประเทศ และเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศไทยพี่งเงินสดมากจึงลำบากที่จะพิสูจน์แหล่งที่มาของทุน บางรายอาจขอวีซ่าได้ง่าย แต่ในบางรายอาจพิสูจน์ที่มาของทุนไม่ได้เลย ด้วยเหตุผลนี้เอง จึงควรจ้างทนายหรือผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายเพื่อที่จะรับรู้เกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่แรกเริ่ม และบุคคลที่สนใจที่จะไปลงทุนในสหรัฐฯก็น่าที่จะจ้างทนายเพื่อตรวจสอบว่าการพิสูจน์ที่มาของเงินพิสูจน์ได้ง่ายเห็นได้ชัด เพื่อที่จะไปลงทุนในสหรัฐฯ เพราะว่าจะน่าเสียดายมากถ้า โยกย้ายเงินไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่สุดท้ายวีซ่าไม่ได้รับอนุมัติเพราะไม่สามารถจะพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินทุนได้ ซึ่งทุนทุนนั้นอาจจะไม่ได้มาจากแหล่งที่ผิดกฎหมายก็ได้เพียงแต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินมาจากไหนเท่านั้น และแม้จะมาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะต้องพิสูจน์ ดังนั้นการพิสูจน์ที่มาของเงินอาจเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการขออนุมัติวีซ่าประเภท E-2 และ EB-5