Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawวีซ่าคู่สมรส: การยื่นคำร้องโดยตรงกับสถานกงสุลในต่างประเทศ

วีซ่าคู่สมรส: การยื่นคำร้องโดยตรงกับสถานกงสุลในต่างประเทศ

Translation of the above video, for original transcript please see: Direct Consular Filing.

วิดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงการยื่นคำร้องโดยตรงกับฝ่ายกงสุลในต่างประเทศ  

ตามปกติแล้ว ส่วนใหญ่กรณีของการยื่นคำร้องที่เกี่ยวข้องกับคู่สมรสของพลเมืองอเมริกันหรือที่มีความเกี่ยวข้องกับญาติสายตรงของพลเมืองอเมริกัน เช่นลูกเลี้ยงเป็นต้น คำร้องนั้นจะถูกส่งไปยัง USCIS (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ) ซึ่งขึ้นตรงกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ  และองค์กรนั้นจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องก่อนจึงส่งต่อไปที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เพื่อออกวีซ่า

ในอดีต มีบางสถานการณ์ที่ผู้ยื่นบางคนสามารถยื่นคำร้อง I-130 โดยตรงกับสถานเอกอัคราชทูตซึ่งเรียกว่าเป็นการยื่นคำร้องโดยตรงกับฝ่ายกงสุล ซึ่งในอดีตวิธีการนี้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมากกว่าในปัจจุบันเพราะในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับการออกวีซ่า การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบมากพอสมควรกับผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ  ผมขอขยายความให้ชัดเจนว่า มีมีบางประเทศ ที่มีสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ(USCIS) มาตั้งสำนักงานสาขาอยู่ในประเทศนั้นเช่นในประเทศ ไทยก็จะไม่มีผลกระทบกับผู้ยื่นคำร้อง I-130 เพราะถือว่ายื่นคำร้องกับ USCIS โดยตรง ไม่ได้ยื่นกับฝ่ายกงสุล

ใน 5 – 6 ปีที่ผ่านมาได้มีการตั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับ ”การยื่นคำร้องโดยตรงกับฝ่ายกงสุล” กล่าวคือเมิอวันที่ 14 พค. 2012 ได้มีการออกบันทึกช่วยจำด้านนโยบายของสหรัฐฯ ในหัวข้อ “ขั้นตอนการตอบสนองต่อคำร้องของกระทรวงการต่างประเทศ ในการยอมรับการยื่น แบบฟอร์ม I-130 สำหรับญาติที่เป็นนคนต่างด้าว” ซึ่งระบุว่า “จากการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ, USCIS ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การให้ USCIS เป็นผู้พิจารณาคำร้อง I-130 ทุกเรื่อง จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับ USCIS มากกว่า”   ในอดีตผู้ที่อาศัยอยุ่ในต่างประเทศ อาจมีปัญหากับการยื่นคำร้องที่สหรัฐฯ ดังนั้น USCIS จึงได้ตดิตั้งตู้ล็อคเกอร์ หรือที่เรียกว่า lock box ขึ้นมาในสหรัฐฯ และมีแผนที่จะขยายขอบเขตของ Lock box ให้เป็น lock box ที่มีขอบเขตทั่วโลก ซึ่งทำให้เกิดการทับซ้อนของการทำงานระหว่างการยื่นคำร้องผ่าน lockbox ของ USCIS กับการยื่นคำร้องผ่านฝ่ายกงสุลในสถานฑูตโดยตรง “ในปัจจุบันกฎระเบียบได้ระบุไว้ว่าผู้ยื่นคำร้อง I-130 ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ต้องส่งคำร้องไปที่ Lockbox ของ USCIS ในสหรัฐฯ โดยทางไปรษณีย์  แต่หากในประเทศไดมีสำนักงานของ USCIS ตั้งอยู่  ผู้ยื่นคำร้องสามารถจะยื่นที่สำนักงานนั้นโดยตรงได้ ข้อแม้คือ ผู้ยื่นจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในประเทศนั้น การยื่นคำร้องไปที่สถานเอกอัครราชทูตหรือยื่นต่อฝ่ายกงสุลจะถือว่าเป็นกรณยกเว้นซึ่งสามารถทำได้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น”   

“กรณีที่จำเป็นที่กล่าวถึงอาจเป็นเหตุการณ์ดังนี้

ความจำเป็นเร่งด่วนทางด้านการทหาร - ความจำเป็นเร่งด่วนทางด้านสุขภาพ ภัยคุกคาม ต่อความปลอดภัยส่วนบุคคล – การใกล้ที่จะหมดเขตของสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ เช่น ผู้ยื่นจะมีอายุครบ 21 ปีหรือ 18 ปี ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าซึ่งจะทำให้ไม่ได้รับซึ่งสิทธิประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกฏแห่งสิทธิประโยชน์แต่ละประเภท เป็นต้น– ผู้ยื่นคำร้องที่พึ่งได้รับสัญชาติ (หมายความว่าผู้ยื่นคำร้องและครอบครัวได้เดินทางไปสัมภาษณ์แต่ผู้ยื่นคำร้องได้รับสัญชาติซึ่งทำให้สมาชิกในครอบครัวต้องยื่นคำร้องด้วยตัวเอง – การรับบุตรบุญธรรมาเลี้ยง – การย้ายถิ่นที่อยู่โดยได้รับการแจ้งกระทันหัน (เช่นผู้ยื่นคำร้องที่อาศัยหรือทำงานในต่างประเทศและทางสำนักงานให้ย้ายที่ทำงานโดยแจ้งกระทันหัน

ยังมีเหตุการณ์อี่นนอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว

ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะบอกในวิดีโอเรื่องนี้ คือการยื่นคำร้องโดยตรงกับฝ่ายกงสุล หรือที่เรียกว่า DCF นั้น ในทางเทคนิคยังสามารถกระทำได้อยู่แต่จะถูกจำกัดปริมาณลงมากกว่าในอดีต และในอนาคตผมมองว่ากระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ จะรับพิจารณาคำร้องที่ผ่านฝ่ายกงสุลน้อยลงนอกจากในสถานการณ์ที่มีความจำเป็นที่ต้องมีการพิจารณาเร่งด่วนดังได้กล่าวก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ NVC (ศูนย์วีซ่าแห่งชาติ) ได้เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปฏิบัติบางอย่างเกี่ยวกับการยื่นเอกสารทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้กระบวนการของการขอวีซ่าถาวรเร็วขึ้น ซึ่งอาจมีผลทำให้การยื่นคำร้องผ่านฝ่ายกงสุลหมดความจำเป็นถ้าเทียบกับในอดีตเพราะเวลาในการพิจารณาวีซ่าถาวรเริ่มลดลงแล้วโดยเฉพาะในกระบวนการของ NVC (ศูนย์วีซ่าแห่งชาติ)