Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal Services & Resources 

Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.

Contact us: +66 2-266 3698

[email protected]

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawเหตุผลของการที่มีวีซ่า K-3 ประเภทคู่สมรส

เหตุผลของการที่มีวีซ่า K-3 ประเภทคู่สมรส

For the English transcript of this video, please go to the following link:

https://www.legal.co.th/resources/visa-immigration-law/us-immigration-law/why-does-k-3-marriage-visa-exist/

วีดีโอเรื่องนี้จะตั้งคำถามว่าทำไมถึงต้องมีวีซ่า K-3 ประเภทคู่สมรส ซึ่งมีหลายคนมักจะติดต่อมาที่ผม และบ่อยครั้งที่ภาษาพูดที่พวกเขาใช้  โดยเฉพาะผู้ที่หาข้อมูลด้วยตัวเองในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการเข้าเมืองสหรัฐฯ จะเรียกวีซ่าคู่สมรสว่าเป็นวีซ่า K-3 แต่ในความเป็นจริงแล้ว วีซ่าคู่สมรสที่เป็นมาตรฐาน จะยึดถือตามแบบฟอร์ม I-130 คือวีซ่า CR-1 หรือ IR-1  ดังนั้นพอพวกเขาคุยกับผมในเรื่องนี้ เขาก็จะถามต่อว่า “วีซ่า K-3 คืออะไรล่ะ?”

ก่อนอื่น วีซ่าประเภทนี้เป็นวีซ่าชั่วคราว เพราะฉะนั้นจะคล้ายกับวีซ่า K-1 เพราะจะไม่ได้รับสถานะของ Green Card ในทันทีที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ หลายคนจะถามต่อว่า "แล้วจะมีไว้ทำไม?" วีซ่าชนิดนี้ได้รับการผลิตขึ้นมาในช่วงการบริหารงานของ ปธน. Clinton ภายใต้กฎหมาย Life Act – อันเนื่องมาจากสมัยนั้น วีซ่าประเภทคู่หมั้นใช้เวลาดำเนินการราว 4-6 เดือน แต่เพราะปริมาณงานคั่งค้างของวีซ่าถาวรประเภทคู่สมรส ทำให้ในบางกรณีใช้เวลานานถึง 3-4 ปี ผมยังเคยคุยกับทนายที่ทำงานอยู่ในตอนนั้น เขาเล่าให้ฟังว่าเขาเคยแนะนำให้ลูกค้าหย่าร้างกันก่อน เพื่อยื่นขอวีซ่าประเภทคู่หมั้นแล้วค่อยไปสมรสกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อถึงสหรัฐฯแล้ว; เพราะทำแบบนั้นจะเร็วกว่า ผลที่เกิดขึ้นคือสภาคองเกรส-ภายใต้กฎหมาย Life Act ได้สร้างวีซ่าประเภท K-3 ขึ้นมา ซึ่งในเวลานั้นนับว่าเป็นความคิดที่ดี โดยรัฐบาลพูดเพียงว่า เราจะสร้างวีซ่าประเภทชั่วคราวขึ้นมาเพื่อใช้กับผู้ที่แต่งงานกับพลเมืองอเมริกัน โดยมีขบวนการดำเนินการเช่นเดียวกันกับวีซ่า K-1 เพราะในตอนนั้นงานคั่งค้างของวีซ่า K-1 มีน้อยมาก ซึ่งวีซ่าชนิดนี้ก็ได้ใช้งานมาระยะหนึ่ง พอมาถึงเมื่อประมาณ 10-12 ปีที่แล้ว เราจึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างสำคัญเกี่ยวกับวีซ่า K-3 โดยพวกเขาตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่เรียกว่า “การปิดคดีทางปกครอง” ที่ศูนย์วีซ่าแห่งชาติ

เรากำลังพูดถึงอะไรเมื่อเราคุยถึงศูนย์วีซ่าแห่งชาติ? ศูนย์วีซ่าแห่งชาติทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่เป็นตัวกลางระหว่างกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกับกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อศุนย์ฯได้รับคำร้องที่ผ่านการดำเนินการโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิมาแล้วก็จะส่งไปยังสถานทูตหรือกงสุลที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ขั้นตอนของคำร้อง I-130 ซึ่งก็คือวีซ่าคู่สมรส เริ่มเร็วขึ้นและในบางครั้งจะพบว่าเร็วกว่าวีซ่า K-3 เสียอีก หรือไม่ก็อาจจะใช้เวลาพอๆกัน พอถึงจุดนี้ ทางศูนย์วีซ่าแห่งชาติจึงตัดสินใจที่จะระงับการพิจารณาคำร้อง K-3 เพราะเห็นว่าไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ทำวีซ่าชนิดนี้ขึ้นมาอีกต่อไป ดังนั้นคำร้องวีซ่า K-3 ที่ยื่นมาก่อนหน้านั้นก็จะไม่ได้รับการดำเนินการ ในทางทฤษฎี ทุกวันนี้ตุณยังอาจจะเห็นการดำเนินการสำหรับวีซ่า K-3 อยู่ แต่ส่วนตัวผมไม่เห็นมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม วีซ่าชนิดนี้ก็ยังคงเป็นทางเลือกอยู่ ตราบที่ยังเป็นยุคของการบริหารโดย Trump และผมมองเห็นฉากทัศน์ที่อาจขึ้นเกิดขึ้นได้ว่า บางทีการใช้คำร้อง K-3–ในฐานะ คำร้องเสริม-อาจจะมีประโยชน์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน