Legal Services & Resources
Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.
Contact us: +66 2-266 3698
ค่าธรรมเนียมความถูกต้องของวีซ่า จะมีผลกระทบกับการยื่นคำร้องขอวีซ่า K-1 กับ K-3 ในประเทศไทยหรือไม่?
For the English transcript of this video, please go to the following link:
วีดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงวีซ่า K-1 กับ K-3 สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ วีซ่าประเภทนี้เป็นวีซ่าสำหรับคู่หมั้นและคู่สมรสของพลเมืองอเมริกัน วีซ่า K-3 เป็นวีซ่าในกรณีพิเศษซึ่งเราจะไม่ค่อยเห็นการออกวีซ่าชนิดนี้แล้ว วีซ่าประเภทนี้ได้ถูกสร้างขึ้นภายใต้กฎหมาย Life Act ในยุคของประธานาธิบดี Clinton เพราะในช่วงนั้น วีซ่าถาวรประเภทคู่สมรสมีปริมาณงานคั่งค้างจำนวนมาก จึงมีการสร้างวีซ่า K-3 ขึ้นมาเพื่อให้คู่สมรสของพลเมืองอเมริกันได้ใช้เป็นทางลัด แต่วีซ่าประเภทนี้ก็จะเป็นวีซ่าชั่วคราวซึ่งเดี๋ยวเราจะวิเคราะห์กันต่อไป
ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้หลังจากที่ผมได้ได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ the Thai Enquirer, thaienquirer.com, หัวข้อชื่อว่า: US Visa fees set to increase in October under new "Integrity Fee" policy กำหนดขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสหรัฐฯในเดือนตุลาคมภายใต้นโยบายใหม่ชื่อว่า "ค่าธรรมเนียมความถูกต้องของวีซ่า" Integrity Fee ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: “สภา Congress ได้อนุมัติให้มีการเพิ่มค่าธรรมเนียมชนิดใหม่ในการขอวีซ่า ภายใต้กฎหมายที่ชื่อว่า: "One Big Beautiful Bill Act" (OBBBA) ซึ่งได้ลงนามโดยประธานาธิบดี Trump ในวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้.” "ค่าธรรมเนียมใหม่นี้ จะเพิ่มขึ้นอีก $250 (8,000 บาท) สำหรับวีซ่าชั่วคราวทุกประเภท"–ซึ่งเมื่อดูจากชื่อของบริษัทนี้ ผมบังเอิญคิดว่าเหมือนพระเจ้ากำลังขยิบตาให้เรา; ก็แปลกดีครั –เดี๋ยวผมจะกลับมาพูดในประเด็นนี้ต่อนะครับ-"ซึ่งรวมถึงวีซ่าท่องเที่ยว, วีซ่านักเรียน, และวีซ่าธุรกิจ ค่าธรรมเนียมนี้จะถูกเรียกเก็บเมื่อมีการออกวีซ่า เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมวีซ่าปกติในปัจจุบัน ในเวลานี้ ผู้ยื่นคำร้องวีซ่านักท่องเที่ยวหรือวีซ่าธุรกิจของสหรัฐฯ จะต้องเสียค่าธรรมเนียม $185 (ประมาณ 6,000 บาท) เมื่อรวมค่าธรรมเนียมใหม่แล้ว ค่าวีซ่าจะขึ้นไปเป็น $435 (ประมาณ 14,000 บาท)" กล่าวต่อจากบทความ: "ค่าธรรมเนียมนี้จะใช้กับผู้เดินทางที่ถือวีซ่าชั่วคราว ยกเว้นผู้เดินทางจาก 46 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องใช้วีซ่า อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางจากประเทศเหล่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องมีวีซ่าพิเศษ เช่นวีซ่านักเรียนหรือวีซ่าทำงานก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมการยกเว้นวีซ่า เพราะฉะนั้นผู้เดินทางที่เป็นคนไทยจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ขณะนี้ ยังไม่ได้ประกาศเวลาเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่คาดว่าค่าธรรมเนียมใหม่นี้จะเริ่มในปีงบประมาณใหม่ของสหรัฐฯในวันที่ 1 ตุลาคม 2025."
มาถึงช่วงที่ผมจะวิเคราะห์ครับ สิ่งที่เราต้องดูคือประเด็นที่เกี่ยวกับคำว่า "ชั่วคราว" ตามหลักแล้ว วีซ่า K-1 และวีซ่า K-3 ก็เป็นวีซ่าชั่วคราว และคำถามคือค่าธรรมเนียมใหม่นี้ใช้กับวีซ่าเหล่านี้หรือไม่ ในขณะนี้ ผมต้องตอบว่าผมยังไม่ทราบรายละเอียดเท่าไหร่ว่าค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่นี้จะมีผลกับวีซ่าสองประเภทนั้นหรือไม่ แต่ตามความเข้าใจของผมว่าบทบัญญัติในกฎหมาย Big Beautiful Bill นี้ประกาศใช้ได้อย่างไร, ผมว่ามันไม่น่าจะเกี่ยว ขอเน้นย้ำว่า "ไม่น่าจะ" นะครับ ในเวลานี้ผมยังสรุปอะไรแน่นอนไม่ได้ เอาเป็นว่า คุณต้องเข้าใจว่าวีซ่า K-1 ประเภทคู่หมั้นและวีซ่า K-3 ประเภทคู่สมรส แม้จะถือว่าเป็นวีซ่าชั่วคราวก็ตาม หน่วยงานที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลสหรัฐฯในกรุงเทพฯ ที่รับผิดชอบดูแลวีซ่า 2 ประเภทนี้คือ แผนกที่ดูแลเรื่องวีซ่าถาวร ไม่ใช่แผนกที่ดูแลเรื่องวีซ่าชั่วคราว เพราะฉะนั้น อย่างแรกที่จะต้องเข้าใจคือ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่วีซ่าเหล่านี้ไม่สามารถที่จะทำผ่านสถานกงสุลที่เชียงใหม่ได้ เนื่องจากสถานกงสุลที่เชียงใหม่จะดูแลวีซ่าชั่วคราวเท่านั้น อย่างไรก็ตามวีซ่าทั้ง 2 ประเภทนี้ จะถือว่าเป็นวีซ่าแบบ 2 จุดประสงค์ พูดง่ายๆว่าเป็นวีซ่าเฉพาะกิจที่สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะให้ผู้เดินทางไปทำขั้นตอนเรื่องการขอ กรีนคาร์ด ต่อไป และวีซ่า K-1 ถือเป็นวีซ่าแบบ 2 จุดประสงค์ อย่างแน่ชัด เป็นวีซ่าชั่วคราวที่อนุญาติให้พำนักอยู่ในสหรัฐฯอย่างถูกกฎหมายได้เพียง 90 วัน ซึ่งในระหว่างนั้น คุณจะต้องทำการสมรสและยื่นขอกรีนคาร์ด ซึ่งนั่นคือจุดประสงค์ของวีซ่าถาวรที่อยู่ในนั้น
วีซ่าทั้ง 2 ประเภทนี้ จะดำเนินการโดยแผนกวีซ่าถาวร เพราะฉะนั้น ในขณะที่ทำวิดีโอนี้ ผมเชื่อว่านโยบายนี้จะไม่มีผลกระทบกับค่าธรรมเนียมของวีซ่าคู่หมั้น หรือวีซ่า K-3 ประเภทคู่สมรส นโยบายนี้ะจะเกี่ยวกับแผนกที่ดูแลเรื่องวีซ่าชั่วคราวเท่านั้น เช่นวีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าธุรกิจ คือประเภท B1/B2, วีซ่าประเภท J, F-1, และ M เป็นต้น ซึ่งเป็นวีซ่าชั่วคราวอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น ผมมองว่าอย่างน้อยที่สุดในเวลาที่ผมกำลังทำวีดีโอเรื่องนี้ ผู้ที่กำลังจะยื่นคำร้องทำวีซ่า K-1 ประเภทคู่หมั้นรวมถึงวีซ่า K-3 ประเทศคู่สมรส จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ยังไงก็ตาม ในขณะที่ทำวีดีโอเรื่องนี้ การวิเคราะห์อย่างละเอียดและบทสรุปยังไม่สามารถทำได้เต็มที่ ยังคงต้องคอยเฝ้าติดตามวิวัฒนาการในเรื่องนี้ต่อไป แล้วเราจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในช่องรับฟังนี้ตามสถานการณ์ครับ
