Legal Services & Resources
Up to date legal information pertaining to Thai, American, & International Law.
Contact us: +66 2-266 3698
การลดจำนวนพนักงานที่ USCIS จะมีผลกระทบกับกระบวนการวีซ่า K-1 หรือไม่?
For the English Transcript of the following video, please go to the following link:
วีดีโอเรื่องนี้จะตั้งคำถามว่า การที่ USCIS ได้ประกาศเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงานลง จะมีผลต่อกระบวนการพิจารณาวีซ่า K-1 หรือไม่ ผมคิดจะทำวีดีโอเรื่องนี้ หลังจากที่ได้อ่านบทความในนิตยสาร The Hill, thehill.com, หัวข้อชื่อว่า: Trump Administration ousts over 400 DHS employees in ongoing workforce purge ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี Trump ลดพนักงานของ DHS ลง 400 คน ในการชำระล้างปรับปรุงด้านกำลังแรงงานที่กำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ ขอยกข้อความโดยตรงจากบทความดังนี้: "ข้อมูลจากแหล่งข่าวกล่าวว่า พนักงานอย่างน้อย 50 คนของ USCIS จะถูกตัดออกออกจากหน่วย ในขณะที่กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ DHS ก็จะถูกลดพนักงานลงไป 10 คน"
เช่นเดียวกับที่คุณได้เห็นแล้วว่าพนักงานของ USCIS ถูกไล่ออกจำนวน 50 คน คำถามเฉพาะเจาะจงของวีดีโอเรื่องนี้คือ 'การกระทำนี้จะมีผลกระทบต่อกระบวนการทำวีซ่าประเภทคู่หมั้นหรือไม่?’ หรือจะพูดให้ชัดๆก็คือจะกระทบต่อคิวในการทำวีซ่า K-1 หรือไม่ ณ.เวลานี้ คงจะบอกได้ยาก ผมคงคาดเดาได้อย่างเดียว แต่ก็นั่นแหละครับ การที่พนักงานหายไป 50 คน คงจะต้องมีผลกระทบไม่ว่าจะในกิจการอะไรก็ตาม แล้วอีกอย่างหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า 50 คนที่หายไปนี่พวกเขาทำงานอยู่ในแผนกอะไร? อยู่ในฝ่ายบริหารระดับกลางหรือเปล่า? เป็นผู้พิจารณาคำร้องที่ต้องพิจารณาคำร้องจริงๆหรือเปล่า? ผมไม่ทราบ ในบทความก็ไม่ได้ให้รายละเอียดไว้ ผมขอแนะนำให้ผู้ที่กำลังรับชมวีดีโอนี้ กลับไปอ่านบทความนี้เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม แต่ก็เอาเถอะ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะสันนิษฐานได้ว่า การลดจำนวนพนักงานลงยังไงเสียก็ต้องมีผลกระทบในทางลบต่อประสิทธิภาพโดยรวมในการทำงานของทุกองค์กร ซึ่งเราได้เห็นมาแล้วในสมัยแรกของ Trump โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 ปีสุดท้าย-ครับ กระบวนการทั้งหมดของวีซ่า K-1 ได้รับผลกระทบจากนโยบายของ Trump ที่เห็นได้ชัดคือการลดลำดับความสำคัญในขั้นตอนการดำเนินการของ NVC รวมทั้งขั้นตอนทั้งหมดของ USCIS ด้วย ซึ่งจะเห็นได้คร่าวๆในปีสุดท้ายของของการบริหารของ Trump ในยุคที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ผมมองในแง่ดีอยู่บ้างว่าขณะนี้ Trump เริ่มจะมีความความคิดเกี่ยวกับการเข้าเมืองของสหรัฐฯที่ต่างออกไปจากเดิมนิดหน่อย อย่างที่ผมเคยพูดไว้ในวีดีโอม้วนอื่น-ซึ่งผมพูดเกินความจริงมากไปหน่อย-ในประเด็นเกี่ยวกับการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายโดยเฉพาะบริเวณชายแดน ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ควรที่จะกังวลอย่างสูงสุด และผมดีใจมากที่นาย Trump และนาย Holman และคนอื่นๆที่ทำงานใน หน่วยงานศุลกากรและการป้องกันชายแดน ได้ดำเนินการเชิงบวกในการจัดการกับการข้ามชายแดนเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย; ผมเองอยากจะเห็นมีการปิดชายแดนด้วยซ้ำไป แต่อย่างไรก็ตาม ภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมคิดว่าความเข้มงวดเรื่องการเข้าเมือง คงจะไม่นำมาใช้กับกรณีการเข้าเมืองของครอบครัว ผมไม่ได้คิดแบบไร้เดียงสา แต่ผมคิดว่านาย Trump คงจะได้รับบทเรียนจากการบริหารในสมัยแรก และในปัจจุบันอาจจะมองเห็นว่า การไล่ล่าตามจับผู้เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย-โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นครอบครัวของพลเมืองอเมริกัน-ประการแรก Trump คงจะเป็นการเริ่มต้นทำทำงานที่ไม่ฉลาดนัก อย่างที่สองก็คือจริงหรือ? นาย Trump ได้รับเลือกเพราะอาณัติสัญญาแบบนั้นหรือ? การตามจับการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย คือตามจับคนที่เป็นสมาชิกครอบครัวของพลเมืองอเมริกันหรือครอบครัวของผู้อยู่อาศัยถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือ? ย้ำว่า พวกเขาเป็นคนที่เข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายนะครับ ผมคิดว่าไม่ใช่นะครับ ผมว่าอาณัติสัญญาของเขาคือไปตามจับผู้ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย
เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่าการตัดจำนวนกำลังแรงงานเหล่านี้ลง จะมีผลกระทบต่อกระบวนการของวีซ่า K-1 หรือไม่ก็คงต้องรอดูกันต่อไปก่อน แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เชื่อว่านโยบายนี้ของ Trump ต้องการที่จะไปจัดการกับกระบวนการวีซ่า K-1 หรือจะพยายามไปทำให้กระบวนการมันช้าลง
