Integrity Legal - Law Firm in Bangkok | Bangkok Lawyer | Legal Services Thailand Back to
Integrity Legal

Legal.co.th - Resources 

Research & gain insights into Thai, American, and International Law.

 

Contact us: +66 2-266 3698

info@integrity-legal.com

ResourcesVisa & Immigration LawUS Immigration Lawการขอรับการยกเว้นตามแบบ I-601 หลังจากที่คำร้องขอวีซ่า K-3 ถูกปฏิเสธ

การขอรับการยกเว้นตามแบบ I-601 หลังจากที่คำร้องขอวีซ่า K-3 ถูกปฏิเสธ

Translation of the above video, for original transcript please see: I-601 Waivers.

วีดีโอเรื่องนี้จะกล่าวถึงวีซ่า K-3 เฉพาะในกรณีที่ใบคำร้องขอวีซ่าถูกปฏิเสธ และการยื่นคำร้องขอรับการยกเว้นตามแบบ I-601 ที่จะตามมา

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวีซ่าชั่วคราวประเภท K-3 เสียก่อน  วีซ่าประเภทนี้ได้ถูกออกแบบให้เป็นวีซ่าเสริมภายใต้ พรบ.  LIFE  Act ในสมัยประธานาธิปดี Clinton อันเนื่องจากการออกวีซ่าคู่สมรสที่จะขอเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐฯใช้เวลานานมากเมื่อเทียบกับสมัยปัจจุบัน แต่ตอนนี้ เนื่องจากกระบวนการและขั้นตอนในการขอวีซ่าคู่สมรสเริ่มช้าลงอีกแล้ว ผมคิดว่าวีซ่า K-3 อาจจะเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกรอบหนึ่งก็เป็นได้ 

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำวีดีโอเกี่ยวกับวีซ่า K-3 เป็นเพราะหลายครั้งมีคนเรียกวีซ่าประเภทนี้ว่าเป็นวีซ่าคู่สมรส ซึ่งแม้ว่าจะจัดเป็นวีซ่าสำหรับคู่สมรสก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เป็นวีซ่าคู่สมรสแบบมาตรฐานเหมือนกับ วีซ่า  CR-1 หรือ IR-1 โดยต่างกันที่ระยะเวลาของการสมรสของผู้ที่ยื่นคำร้อง นอกจากนั้นวีซ่า K-3 ยังเป็นวีซ่าเสริมเพื่อใช้เป้นตัวกระตุ้นการออกวีซ่าให้กับคู่สมรสของชาวอเมริกันในช่วงเวลานั้นให้เร็วขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมาความจำเป็นในการใช้วีซ่า K-3 ได้ลดระดับลงตามที่กล่าวแล้ว  อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า ต่อไปในอนาคตจะได้เห็นวีซ่าประเภทนี้บ่อยครั้งมากขึ้น อันหมายถึง คำร้องขอวีซ่า K-3 ก็มีโอกาสที่จะถูกปฏิเสธได้ เช่นเดียวกับคำร้องขอวีซ่าประเภทอื่นด้วย

สิ่งที่อยากจะบอกในวีดีโอเรื่องนี้คือ หากถูกปฏิเสธวิซ่า ไม่ได้หมายถึงว่านั่นคือจุดจบของทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะคุณยังมีโอกาสที่จะใช้คำร้อง I-601ขอรับการยกเว้นจากการถูกปฏิเสธ เหตุผลที่จะถูกปฏิเสธวีซ่ามีหลายกรณีซึ่งได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) ตัวอย่างเช่น การอยู่เกินกำหนดอายุของวีซ่า ก็ถือเป็นเหตุผลที่จะไม่อนุญาตให้กลับเข้าประเทศอีก หรือเป็นผู้ที่มีความผิดฐานละเมิดต่อศิลธรรม การค้าประเวณี การก่ออาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรง การเสพยาเสพติดบางชนิด หรือการหลอกลวงและบิดเบือนข้อมูลเป็นต้น ซึงสิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่จะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสหรัฐฯทั้งสิ้น และการปฏิเสธอาจจะเป็นการปฏิเสธตลอดชีวิตหรือการปฏิเสธโดยกำหนดระยะเวลาก็ได้ มีหลายคนคิดว่าหากถูกปฏิเสธหลังจากยื่นคำร้องขอวีซ่าแล้ว หมายถึงจุดจบของทุกอย่าง ซึ่งอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป คุณอาจจะได้รับการยกเว้นจากการไม่ให้เข้าประเทศ ด้วยการยื่นคำร้อง I-601 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมความเป็นจริงในแต่ละกรณีเป็นสำคัญ ซึ่งถ้าใบคำร้อง I-601 ได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว เจ้าหน้าที่กงสุลก็จะดำเนินการออกวีซ่าให้ต่อไป

I-601 จะได้รับการพิจารณาโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานกับกระทรวงการต่างประเทศ (Department of State) ซึ่งเป็นผู้อนุมัติหรือปฏิเสธวีซ่า  เพราะฉะนั้น สำหรับบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่กงสุลที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯในกรุงเทพฯ จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะได้รับวีซ่าหรือไม่ และหากคุณได้รับการปฏิเสธวีซ่า คุณจะต้องเข้าสู่กระบวนการเกี่ยวกับการขอรับการยกเว้นจากการถูกปฏิเสธ ซึ่งกระบวนการนี้จะผ่านไปทางกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ  ผมจะไม่อธิบายถึงรายละเอียดของแต่ละกระบวนการหรือขั้นตอนหรือวิธีการที่จะพิจารณาคำร้องของแต่ละบุคคล เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของสถานการณ์และเหตุผลทางกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป

แต่สิ่งที่อยากให้เข้าใจจากวิดีโอเรื่องนี้คือ ถ้าหากได้รับการปฏิเสธวีซ่า K-3 อาจจะยังไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะคุณยังอาจจะได้รับการยกเว้นจากการปฏิเสธ จนสามารถพาคู่รักไปพำนักอาศัยอยู่ที่สหรัฐฯได้ในที่สุด

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดอ่านที่วีซ่า K-3